ไกด์มือใหม่เพื่อมือใหม่ Total war three kingdoms
Intro
ขอต้อนรับสู่ ไกด์มือใหม่เพื่อมือใหม่ Total war three kingdoms คู่มือพื้นฐานสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่พึ่งเข้ามาเล่น Total war ข้อมูลส่วนใหญ่เขียนจากประสบการณ์ในการเล่นของผมซะส่วนใหญ่หากข้อมูลผิดพลาดต้องขออภัยมาเป็นอย่างสูงครับ
*ปรับปรุงเนื้อหา 1
-ในส่วนที่(ปรับปรุงเนื้อหา)คือการแก้ไขข้อมูลใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้เล่นใหม่อ่านเข้าใจง่ายมากขึ้น
-เพิ่มภาษาอังกฤษมากขึ้นหลังจากใช้ภาษาไทยไปเยอะมากๆซึ่งอาจจะทำให้ผู้เล่นใหม่สับสนได้
-เพิ่มและปรับปรุงรูปภาพมากขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายมากขึ้นเนื่องจากการบอกแค่ชื่อ UI อาจจะยังทำให้ผู้ใหม่สับสนหรือหา UI นั้นๆไม่เจอ
-ย่อเนื้อหาใหม่ให้อ่านง่ายกระชับเน้นภาษาเขียนมากยิ่งขึ้น
*ปรับปรุงเนื้อหา 2
-ปัจจุบันเนื้อหาทั้งหมดได้รับการอัพเดทแล้วจึงนำ "(ปรับปรุงเนื้อหา)" ออกจากสารบัญทั้งหมด
*ปรับปรุงเนื้อหา 1
-ในส่วนที่(ปรับปรุงเนื้อหา)คือการแก้ไขข้อมูลใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้เล่นใหม่อ่านเข้าใจง่ายมากขึ้น
-เพิ่มภาษาอังกฤษมากขึ้นหลังจากใช้ภาษาไทยไปเยอะมากๆซึ่งอาจจะทำให้ผู้เล่นใหม่สับสนได้
-เพิ่มและปรับปรุงรูปภาพมากขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายมากขึ้นเนื่องจากการบอกแค่ชื่อ UI อาจจะยังทำให้ผู้ใหม่สับสนหรือหา UI นั้นๆไม่เจอ
-ย่อเนื้อหาใหม่ให้อ่านง่ายกระชับเน้นภาษาเขียนมากยิ่งขึ้น
*ปรับปรุงเนื้อหา 2
-ปัจจุบันเนื้อหาทั้งหมดได้รับการอัพเดทแล้วจึงนำ "(ปรับปรุงเนื้อหา)" ออกจากสารบัญทั้งหมด
อินเตอร์เฟสหน้าหลัก
หลังจากเข้าเกมผู้เล่นจะพบกับอินเตอร์เฟสดังนี้

1.Campaing = โหมดเนื้อเรื่องหลัก
1.1.Countiue = เล่นต่อจากเซฟเก่า
1.2.New = เริ่มเล่นใหม่
1.3.Load = เลือกเล่นต่อจากเซฟเก่า
1.4.Multiplayer = เล่นแบบหลายคน co-op campaing
2.Battle = โหมดการต่อสูแบบผู้เล่นจัดเอง
2.1.New = จะเข้าโหมดการต่อสู้

2.1.1 Custom battle = โหมดการต่อสู้แบบผู้เล่นจัดทำกันเอง ไว้ฝึกซ้อมกับaiหรือทดสอบยูนิต
2.1.2 Historical battle = โหมดการต่อสู้ตามประวัติศาสตร์ มีดังนี้
2.1.3 Rank battle = โหมดการต่อสู้แบบจัดอันดับ
2.2.Multiplayer = โหมดออนไลน์จัดทัพต่อสู้กันเอง
2.3.Dynasty mode = โหมดให้ผู้เล่นจัดทีมสู้กับทหารนับหมื่น เป็นโหมดเอาไว้ทดสอบการ์ดจอและ cpu โดยเฉพาะ
2.4.Replay = โหมดให้ผู้เอาไว้ดูฉากการต่อสู้ต่างๆที่ผู้เล่นเลือกเซฟเอาไว้
3.Extra = อื่นๆ
3.1.Options = การตั้งค่าภายในเกม
3.2.Credits = รวมผู้สร้างเกม
3.3.Dlc = เนื้อหาเสริมภายในเกม
3.4.Quit = ออก
1.Campaing = โหมดเนื้อเรื่องหลัก
1.1.Countiue = เล่นต่อจากเซฟเก่า
1.2.New = เริ่มเล่นใหม่
1.3.Load = เลือกเล่นต่อจากเซฟเก่า
1.4.Multiplayer = เล่นแบบหลายคน co-op campaing
2.Battle = โหมดการต่อสูแบบผู้เล่นจัดเอง
2.1.New = จะเข้าโหมดการต่อสู้
2.1.1 Custom battle = โหมดการต่อสู้แบบผู้เล่นจัดทำกันเอง ไว้ฝึกซ้อมกับaiหรือทดสอบยูนิต
2.1.2 Historical battle = โหมดการต่อสู้ตามประวัติศาสตร์ มีดังนี้
2.1.3 Rank battle = โหมดการต่อสู้แบบจัดอันดับ
2.2.Multiplayer = โหมดออนไลน์จัดทัพต่อสู้กันเอง
2.3.Dynasty mode = โหมดให้ผู้เล่นจัดทีมสู้กับทหารนับหมื่น เป็นโหมดเอาไว้ทดสอบการ์ดจอและ cpu โดยเฉพาะ
2.4.Replay = โหมดให้ผู้เอาไว้ดูฉากการต่อสู้ต่างๆที่ผู้เล่นเลือกเซฟเอาไว้
3.Extra = อื่นๆ
3.1.Options = การตั้งค่าภายในเกม
3.2.Credits = รวมผู้สร้างเกม
3.3.Dlc = เนื้อหาเสริมภายในเกม
3.4.Quit = ออก
อินเตอร์เฟส Campaing 1
1.ปีที่เริ่ม campaing ตัวอย่างในภาพเป็นปี 190 เป็นช่วง campaign หลังตั๋งโต๊ะพึ่งครองอำนาจ
2.ตัวละครที่เลือกได้ในปีนั้นๆ
recomanded characters = ตัวละครที่เกมแนะนำเหมาะสำหรับมือใหม่
3.ปีที่เลือกเล่นได้แบ่งเป็น 5 ช่วงเวลา
-ปี 182 ฝ่ายผ้าเหลืองเริ่มก่อกบฏ เล่าปี่ โจโฉ ซุนเกี๋ยนและตัวละครแต่ละตัวพึ่งเริ่มสร้างตัว เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่าย ฮั่น กับ โจรผ้าเหลือง
-ปี 190 ตั๋งโต๊ะครองอำนาจ เล่าปี่ โจโฉ ซุนเกี๋ยนและตัวละครอื่นๆเริ่มตั้งตัวมีเมืองเป็นของตัวเองกันแล้ว ฝ่ายผ้าเหลืองที่อยู่ในปีนี้จะเป็นซากทัพแล้ว
-ปี 194 แผ่นดินปั่นป่วนขุนศึกเริ่มขยายอำนาจ เข้าสู่ยุคสงครามโจโฉขยายดินแดนทางภาคกลาง อ้วนเสี้ยวขยายดินแดนทางภาคเหนือ เล่าปี่รับเมืองจากโตเกี๋ยม ซุนเกี๋ยนตายจากการลอบโจมตีทำให้ซุนเซ็กตอนมาเป็นผู็นำตระกูลแทน ที่ลิโป้ออกมาตั้งฝ่ายเป็นของตนเอง เป็นต้น
-ปี 200 ราชสำนักอยู่ในกำมือโจโฉ อ้วนเสี้ยวยึดดินแดนทางเหนือ ศึกกัวต๋อระหว่างโจโฉและอ้วนเสี้ยวเป็นต้น
-ปี 291 หลังจากแผ่นดินถูกรวบรวมโดยราชวงศ์จิ้นได้ไม่นานเหล่าอ๋องทั้ง 8 เริ่มตั้งตัวเป็นใหญ่ทำให้สงครามเริ่มขึ้นอีกครั้ง
4.ชื่อฝ่ายสไตร์การเล่นของฝ่ายนั้นๆความยากของฝ่าย
5.ความสามารถของฝ่าย อย่างที่ผมยกมาคือโจโฉกับความสามารถ Credibility ที่ใช้ปั่นหัวและยุแยงให้ศัตรูตีกันเอง
6.ยูนิต,สิ่งก่อสร้าง,และฮีโร่ประจำฝ่ายอย่างโจโฉจะมีทหารม้าสุดแกร่งอย่างหน่วยอาชาเสือดาวและยังมีแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนเป็นขุนศึกเริ่มต้น
7.opitons = การตั้งค่าแบบปลีกย่อยต่างๆ
7.1.Campaing difficulty level = ปรับความยากในโหมด campaing ยิ่งความยากสูงจะทำการทูตยากขึ้นศัตรูไม่ชอบหน้าเรามากขึ้น
7.2.Battle realisem mode = โหมดสมจริงถ้าเปิดโหมดนี้ตัวเกมจะจำกัดมุมมองของเราตามมุมองของทหารและปิดแผนที่ เหมาะสำหรับคนสาย hard core ชอบเล่นสมจริง
7.3.Battle time limit = เป็นการตั้งค่าเวลาในการรบโดยปรกติตัวเกมจะจำกัดเวลไว้เช่นฝ่ายบุกต้องตีเมืองภายใน 40 นาที หากตีไม่สำเร็จตามเวลาที่กำหนดฝ่ายบุกจะต้องแพ้ไปแม้ว่าฝ่ายป้องกันจะเหลือทหารหยิบมือก็ตาม สำหรับมือใหม่ 40 นาทีกำลังดีครับไม่เยอะและไม่น้อยเกินไป
7.4.auto save cloud = save เกมของเราไว้ที่ cloud ส่วนตัวไม่เคยใช้ครับ
7.5.Timeless character = หากเปิดโหมดนี้ตัวละครของเราจะเปลี่ยนจากอายุเปินเทรินแทนช่วยให้ขุนพลแก่ๆอยู่ได้ยาวนานขึ้น หากปิดโหมดนี้ตัวละครของเราจะใช้ระบบอายุหากตัวละครอายุมากระดับนึงจะตายทันทีทำให้ช่วงหลังๆจะมีแต่ขุนพลหน้าใหม่ๆที่มาสร้างชื่อแทนขุนพลที่ตายไป
7.6.Time of day = การปรับปรุงเวลาใน campaing โดยปรกติตัวเกมจะ run เวลาไปเรื่อยตั้งแต่เช้าถึงค่ำในการตั้งค่าโหมดนี้จะช่วบล็อคเวลาใน campaing อย่างในถายที่ผมตั้งค่าไว้ตอนเช้าเพื่อไม่ให้มีกลางวันกับเย็นและกลางคืนเพรารำคาญแสงที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั้นเอง แต่แล้วแต่คนชอบครับ
7.7.Show ai player move = โหมดนี้ถ้าเปิดจะเป็นการแสดงการเดินของ ai ทุกตัวในระว่างจบตาครับ หากปิดไว้ตัวเกมจะ time skip การเดินของ ai ทั้งหมดช่วยประหยัดเวลาในการจบแต่ละตาครับ
7.8.Advisor help = จะเป็นการเปิดให้ผู้ช่วยของเราทางมุมซ้ายบนของเราครับ โดยเขาจะทำการแนะนำระบบการเล่นต่างๆภายในเกม แต่หากผู้เล่นรำคาญสามารถกดปิดได้ดังภาพครับ
7.9.Battle difficulty level = ปรับความยากของการต่อสู้ยิ่งความยากสูงจพทำ ai แข็งแกร่งขึ้นตายยากขึ้นในการรบ
8.โหมดที่ใช้ในการเล่น = โดยจแบ่งเป็นสองโหมดคือ
-Records ที่จะเป็นโหมดคราสสิกของ total war ระบบจะเหมือนภาคประวัติศาสตร์ทั่วไป
-Romance โหมดแฟนตาซีแม่ทัพแต่ละคนจะเก่งดุจเทพลงมาจุดติสามารถสู้หนึ่งต่อร้อยได้สบายๆ และมีสกิลสุดแฟนตาซีให้กดใช้งาน
9.แผนที่ อย่างในภาพที่โจโฉมีจุดเกิดอยู่แถวๆภาคกลาง โดยสีแดงในแผนที่จะหมายถึงศัตรู
อินเตอร์เฟส Campaing 2
-เมื่อเข้าสู้ตัวเกมจะเข้าสู่ phase turn base เช่น การสร้างเมือง, เดินตัวละคร, วางแผนการฑูต ฯลฯ

-รายละเอียดค่าต่างๆของฝ่ายเรา

1.Turn = จำนวนตาที่เราเล่น

2.Treasury = เงินคลังหรือเงินเก็บทั้งหมดของเราเมื่อนำเมาส์ไปชี้จะแสดง Incom(รายได้) Expenditure(รายจ่าย)ของผู้เล่นที่จะได้รับในตาต่อๆไป
-รายรับ = Taxation(ภาษี), Trade(การค้าขาย), Family Estates(จากครอบครัว*เป็นรายได้ที่ไม่สามารถเพิ่มหรือลดได้)
-รายจ่าย = Army upkeep(รายจ่ายกองทัพ), Salary(รายจ่ายแม่ทัพ), Building Upkeep(รายจ่ายสิ่งก่อสร้าง), Undercover characters(รายจ่ายค่าสายลับ)

3.Food(เสบียง) = เสบียงเป็นค่าประเภทหนึ่งที่ใช้ในการอัพเกรดเมืองโดยยิ่งเมืองมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็จะกินเสบียงมากขึ้น โดยเสบียงที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกเก็บเอาไว้ซึ่งสามารถนำไปใช้ทีหลังได้ หากเสบียงหมดจะทำให้ประชาชนไม่มีความสุขและก่อกบฏ
-Effects from total = บัพจากฝ่ายของเรา
-Production(การผลิตต่อตา) = Farming(เสบียงที่มาจาการทำฟาร์มสิ่งก่อสร้างสีเขียว), Fishing(เสบียงจาการตกปลาสิ่งก่อสร้างสีฟ้าและเขียว), Characters(การผลิตเสบียงจากการส่งตัวละครไปพัฒนาพื้นที่)
-Consumption(จำนวนเสบียงที่ใชต่อตา) = Food distribution(ผลรวมเสบียงที่ใช้ในแต่ละเมือง), Food markets(เสบียงที่ใช้ในสิ่งก่อสร้าง), Diplomacy(เสบียงที่ใช้ในการฑูต เช่น การส่งเสบียงไปให้ฝ่ายอื่นๆ)

4.Resources(วัตถุดิบหรือทรัพยากร) = ทรัพยากรจะเป็นค่าประเภทหนึ่งซึ่งจะช่วยเพิ่ม Trade influence(อิทธิพลทางการค้า) ทำให้เราได้รายได้จากการค้ามากขึ้น โดย Resources จะอยู่ตามเมืองลูกต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ในการอัพเกรดสิ่งก่อสร้างอีกด้วย
5.บัพและดีบัพประจำฝ่ายโดยจะได้รับจาก events ต่างๆภายในเกม
-รายละเอียดประจำฝ่าย

1.Court(สภา) = คือระบบบริหารประจำฝ่ายโดยการนำตัวละครต่างๆในฝ่ายเราไปนั่งในสภา(ดูแบบละเอียดได้ที่หน้าสภา)เพื่อรับบัพประจำตำแหน่งนั้นๆโดยตำแหน่งจะเพิ่มขึ้นตาม Prestige(ยศและลำดับ)ของเรา(ดูแบบละเอียดได้ที่หน้ายศ/ลำดับขั้น)
1.2 = ผู้นำฝ่ายเมื่อนำเมาส์ไปคลิ๊กจะสามารถไปดูสรุปต่างๆของฝ่ายเราได้
1.3 = ระบบประจำฝ่าย
2.Displomancy(การฑูต) = คือระบบทำความสัมพันธ์กับฝ่ายอื่นๆ เช่น การค้า, การประกาศสงคราม, การเป็นพันธมิตร, การซื้อขายเมือง(ดูแบบละเอียดได้ที่หน้าการฑูต)

3.Reforms(การวิจัย) = คือระบบปลดล็อคเทคโนโลยีใหม่ๆให้กับฝ่ายเราเช่น ยูนิต, สิ่งก่อสร้าง, บัพต่างๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ธาตุ ดังนี้
-ธาตไฟหรือสีแดง วิจัยด้านกองทัพลด upkeep ทหาร, เพิ่มเสบียงระหว่างเดินทัพ, การเพิ่มสิ่งกีดขวางในสนามรบ, วิจัยปลดล็อคทหารม้าหอกขั้นสูง
-ธาตุน้ำหรือสีฟ้า วิจัยด้านการค้า, ค่า exp(ประสบการณ์)ของตัวละคร, เพิ่มจำนวนการค้า, วิจัยสายลับ, วิจัยปลดล็อคพลธนูขั้นสูง
-ธาตุไม้หรือสีเขียว วิจัยด้านการทำฟาร์ม, วิจัยปลดล็อคพลหอกขั้นสูง, การเพิ่มจำนวนประชากร
-ธาตุเหล็กหรือสีเทา วิจัยการเงินด้านอุสาหกรรม, ลดราคาสิ่งก่อสร้าง, วิจัยปลดล็อคพลดาบขั้นสูง
-ธาตุดินหรือสีเหลืองหรือสีทอง วิจัยด้านความสุขประชาชน, เพิ่มรายได้จากประชาชน(ภาษี),วิจัยปลดล็อคยูนิตทหารม้าโล่ขั้นสูง
4.Spy(สายลับ) = คือระบบใหม่ที่มาแทนระบบเอเจ้นโดยเป็นการส่งตัวละครของฝ่ายเราไปอยู่กับฝ่ายอื่นและคอยส่งข่าวสารต่างๆมาให้กับเรา เช่น จำนวนตัวละคร,จำนวนกองทหาร นอกจากนี้สายลับยังสามารถก่อวินาศกรรม เช่น การวางยาพิษใส่กองทัพหรือการเปิดประเมือง
5.Record(บันทึก) = คือระบบการดูย้อนหลัง events ต่างๆหรือการกระทำต่างๆที่เกิดขึ้นภายในเกมนี้
6.Treasury (เงินคลัง) = คือระบบสรุปรายรับ-รายจ่ายที่ละเอียดมากขึ้นโดยจะแสดงทั้งหมดว่าเราทำการค้ากับฝ่ายใดหรือจ่ายเงินเดือนให้กับตัวละครไหนบ้าง(ตรงนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้รายละเอียดยิบย่อยต่างๆของรายได้ฝ่ายเราโดยส่วนตัว Treasury ที่กล่าวไปแล้วด้านบนก็บอกละเอียดดีอยู่แล้วผมเลยไม่ได้เจาะลึกนะครับ
7.Factions concil(ระบบสภาขุนนาง) = คือระบบที่ตัวละครที่มีตำแหน่งสภาระดับสูงยื่นคำร้องให้กับเราโดยจะยื่นทุกๆ 1 ปี ผู้เล่นสามารถเลือกคำร้อง(โดยเป็นการจ่ายเงินซึ่งสามารถเลือกได้หลายอันถ้ามีงบพอ) ซึ่งคำร้องต่างๆจะมีทั้งบัพเศรษฐกิจให้กับฝ่ายเรา, ทำการค้ากับฝ่ายอื่น, ตัดเสบียงศัตรูที่บุกมาหาฝ่ายเรา ,ได้รับอาวุธหรือส่งโจรสลัดไปรุกรานฝ่ายอื่น


8.Imperial Intrigue(ระบบหุ่นเชิดฮ่องเต้) = ก่อนหน้านี้การไปชิงตัวพระเจ้าเหี้ยนเต้มีแค่ได้รับเพียงบัพเล็กน้อยๆแต่ต้องแลกมากับการถูกฝ่ายอื่นๆเกลียดฝ่ายเรามากขึ้นและพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็พร้อมหนีจากเราไปทุกเมื่อ แต่ปัจจุบันระบบนี้ได้ถูกอัปเกรดใหม่จะทำงานเมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้อายุพร้อมขึ้นครองราชย์ โดยจะแสดงค่าความพึงพอใจของพระเจ้าเหี้ยนเต้ต่อฝ่ายต่างๆยิ่งสูงผู้เล่นก็จะได้รับบัพมากขึ้นหากต่ำลงจะถูกฝ่ายฮั่นอื่นๆเกลียดเราแทน หากพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่กับฝ่ายเราเราจะสามารถเพิ่มหรือลดค่าความพึงพอใจและประกาศให้ฝ่ายไหนเป็นศัตรูกับฝ่ายฮั่นก็ได้(แต่ค่าความพึงพอใจต้องต่ำมากๆ) นอกจากนี้ผู้เล่นยังมีทางเลือกใหม่นอกจากการที่ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้เรายังสามารถเลือกที่จะกอบกู้ฟื้นฟู่ราชวงศ์ฮั่นใหม่อีกครั้งได้อีกด้วย แต่ผู้เล่นจำเป็นต้องไปช่วยเหลือพระเจ้าเหี้ยนเต้ก่อนที่ฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุด 3 ฝ่ายจะตั้งตัวเป็น 3 ก๊ก
-รายละเอียดอื่นๆ

1.ภารกิจหลักของฝ่ายเราหากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลต่างๆ

2.ตัวละครในฝ่ายเรา นอกจากนี้ยังแสดงถึงค่าความพอใจต่อผู้เล่นและสามารถแก้ไขรายละเอียดต่างๆผ่านเมนูนี้ เช่น อัพเกรดสกิลหรือเปลี่ยนอาวุธ

3.กองทัพทั้งหมดในฝ่ายเรา นอกจากนี่ยังแสดงถึงค่าเสบียงของกองทัพและ upkeep ที่ผู้เล่นต้องเสียในแต่ละตา

4.แสดงเมืองที่เราครอบครองอยู่ นอกจากนี้ยังแสดงถึงรายได้ เสบียงที่ได้หรือเสียในแต่ละเมือง ความสุขของประชาชนและจำนวนประชากรอีกด้วย

5.แสดงฝ่ายอื่นๆที่เรารู้จักความสัมพันธ์ต่อฝ่ายเราและการฑูต
6.จบตา
7.มินิแมพ
-รายละเอียดค่าต่างๆของฝ่ายเรา
1.Turn = จำนวนตาที่เราเล่น
2.Treasury = เงินคลังหรือเงินเก็บทั้งหมดของเราเมื่อนำเมาส์ไปชี้จะแสดง Incom(รายได้) Expenditure(รายจ่าย)ของผู้เล่นที่จะได้รับในตาต่อๆไป
-รายรับ = Taxation(ภาษี), Trade(การค้าขาย), Family Estates(จากครอบครัว*เป็นรายได้ที่ไม่สามารถเพิ่มหรือลดได้)
-รายจ่าย = Army upkeep(รายจ่ายกองทัพ), Salary(รายจ่ายแม่ทัพ), Building Upkeep(รายจ่ายสิ่งก่อสร้าง), Undercover characters(รายจ่ายค่าสายลับ)
3.Food(เสบียง) = เสบียงเป็นค่าประเภทหนึ่งที่ใช้ในการอัพเกรดเมืองโดยยิ่งเมืองมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็จะกินเสบียงมากขึ้น โดยเสบียงที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกเก็บเอาไว้ซึ่งสามารถนำไปใช้ทีหลังได้ หากเสบียงหมดจะทำให้ประชาชนไม่มีความสุขและก่อกบฏ
-Effects from total = บัพจากฝ่ายของเรา
-Production(การผลิตต่อตา) = Farming(เสบียงที่มาจาการทำฟาร์มสิ่งก่อสร้างสีเขียว), Fishing(เสบียงจาการตกปลาสิ่งก่อสร้างสีฟ้าและเขียว), Characters(การผลิตเสบียงจากการส่งตัวละครไปพัฒนาพื้นที่)
-Consumption(จำนวนเสบียงที่ใชต่อตา) = Food distribution(ผลรวมเสบียงที่ใช้ในแต่ละเมือง), Food markets(เสบียงที่ใช้ในสิ่งก่อสร้าง), Diplomacy(เสบียงที่ใช้ในการฑูต เช่น การส่งเสบียงไปให้ฝ่ายอื่นๆ)
4.Resources(วัตถุดิบหรือทรัพยากร) = ทรัพยากรจะเป็นค่าประเภทหนึ่งซึ่งจะช่วยเพิ่ม Trade influence(อิทธิพลทางการค้า) ทำให้เราได้รายได้จากการค้ามากขึ้น โดย Resources จะอยู่ตามเมืองลูกต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ในการอัพเกรดสิ่งก่อสร้างอีกด้วย
5.บัพและดีบัพประจำฝ่ายโดยจะได้รับจาก events ต่างๆภายในเกม
-รายละเอียดประจำฝ่าย
1.2 = ผู้นำฝ่ายเมื่อนำเมาส์ไปคลิ๊กจะสามารถไปดูสรุปต่างๆของฝ่ายเราได้
1.3 = ระบบประจำฝ่าย
3.Reforms(การวิจัย) = คือระบบปลดล็อคเทคโนโลยีใหม่ๆให้กับฝ่ายเราเช่น ยูนิต, สิ่งก่อสร้าง, บัพต่างๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ธาตุ ดังนี้
-ธาตไฟหรือสีแดง วิจัยด้านกองทัพลด upkeep ทหาร, เพิ่มเสบียงระหว่างเดินทัพ, การเพิ่มสิ่งกีดขวางในสนามรบ, วิจัยปลดล็อคทหารม้าหอกขั้นสูง
-ธาตุน้ำหรือสีฟ้า วิจัยด้านการค้า, ค่า exp(ประสบการณ์)ของตัวละคร, เพิ่มจำนวนการค้า, วิจัยสายลับ, วิจัยปลดล็อคพลธนูขั้นสูง
-ธาตุไม้หรือสีเขียว วิจัยด้านการทำฟาร์ม, วิจัยปลดล็อคพลหอกขั้นสูง, การเพิ่มจำนวนประชากร
-ธาตุเหล็กหรือสีเทา วิจัยการเงินด้านอุสาหกรรม, ลดราคาสิ่งก่อสร้าง, วิจัยปลดล็อคพลดาบขั้นสูง
-ธาตุดินหรือสีเหลืองหรือสีทอง วิจัยด้านความสุขประชาชน, เพิ่มรายได้จากประชาชน(ภาษี),วิจัยปลดล็อคยูนิตทหารม้าโล่ขั้นสูง
8.Imperial Intrigue(ระบบหุ่นเชิดฮ่องเต้) = ก่อนหน้านี้การไปชิงตัวพระเจ้าเหี้ยนเต้มีแค่ได้รับเพียงบัพเล็กน้อยๆแต่ต้องแลกมากับการถูกฝ่ายอื่นๆเกลียดฝ่ายเรามากขึ้นและพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็พร้อมหนีจากเราไปทุกเมื่อ แต่ปัจจุบันระบบนี้ได้ถูกอัปเกรดใหม่จะทำงานเมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้อายุพร้อมขึ้นครองราชย์ โดยจะแสดงค่าความพึงพอใจของพระเจ้าเหี้ยนเต้ต่อฝ่ายต่างๆยิ่งสูงผู้เล่นก็จะได้รับบัพมากขึ้นหากต่ำลงจะถูกฝ่ายฮั่นอื่นๆเกลียดเราแทน หากพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่กับฝ่ายเราเราจะสามารถเพิ่มหรือลดค่าความพึงพอใจและประกาศให้ฝ่ายไหนเป็นศัตรูกับฝ่ายฮั่นก็ได้(แต่ค่าความพึงพอใจต้องต่ำมากๆ) นอกจากนี้ผู้เล่นยังมีทางเลือกใหม่นอกจากการที่ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้เรายังสามารถเลือกที่จะกอบกู้ฟื้นฟู่ราชวงศ์ฮั่นใหม่อีกครั้งได้อีกด้วย แต่ผู้เล่นจำเป็นต้องไปช่วยเหลือพระเจ้าเหี้ยนเต้ก่อนที่ฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุด 3 ฝ่ายจะตั้งตัวเป็น 3 ก๊ก
1.ภารกิจหลักของฝ่ายเราหากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลต่างๆ
2.ตัวละครในฝ่ายเรา นอกจากนี้ยังแสดงถึงค่าความพอใจต่อผู้เล่นและสามารถแก้ไขรายละเอียดต่างๆผ่านเมนูนี้ เช่น อัพเกรดสกิลหรือเปลี่ยนอาวุธ
3.กองทัพทั้งหมดในฝ่ายเรา นอกจากนี่ยังแสดงถึงค่าเสบียงของกองทัพและ upkeep ที่ผู้เล่นต้องเสียในแต่ละตา
4.แสดงเมืองที่เราครอบครองอยู่ นอกจากนี้ยังแสดงถึงรายได้ เสบียงที่ได้หรือเสียในแต่ละเมือง ความสุขของประชาชนและจำนวนประชากรอีกด้วย
5.แสดงฝ่ายอื่นๆที่เรารู้จักความสัมพันธ์ต่อฝ่ายเราและการฑูต
6.จบตา
7.มินิแมพ
อินเตอร์เฟส Campaing 3
-รายละเอียดกองทัพการจ้างแม่ทัพ, การสร้างทหาร, ขยายกองทัพ

![]()


1.Recruit = การจ้างยูนิตหรือแม่ทัพมาเข้ากับกองทัพของเรา นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถจ้างแม่ทัพใหม่ได้อีกวิธีคือการจ้างจากหน้าต่างสภา(Candicate)
2.แสดงฝ่ายที่กองทัพสังกัดและแสดงถึงจำนวน upkeep(รายจ่ายกองทัพหรือค่าบำรุงรักษา) ที่กองทัพนี้ต้องจ่ายต่อหนึ่งตาและจำนวนกองทหารทั้งหมดในกองทัพนี้

3.-Military Supplies(เสบียงในกองทัพ) = เสบียงจะลดลงเมื่อกองทัพของผู้เล่นเขาไปในเขตแดนของฝ่ายอื่นๆหากเสบียงหมดจะทำให้ขวัญกำลังใจและทหารหนีจากกองทัพเรา การเติม Military Supplies จะต้องอยู่ในเขตแดนของตนเองหรือพันธมิตรของเรา นอกจากนี้เรายังสามารถวิจัยเพิ่มขีดจำกัดของ Military Supplies ได้จาก Reforms
-Stance(ค่าการเดิน) = ขีดจำกัดในการเดินของผู้เล่น
4.บัพและดีบัพของกองทัพนี้

5.ในภาค Three kingdoms จำนวนยูนิตในกองทัพจะแบ่งเป็นแม่ทัพ 3 คนและกองทหารอีก 18 กองโดยแม่ทัพจะมียูนิตได้สูงสุด 6 กอง

เมื่อคลิ๊กไปที่แม่ทัพผู้เล่นสามารถเลือกไออค่อนด้านบน 5 อย่างคือ
-Move select retinue out side of the force = การแยกแม่ทัพออกมาจากกองทัพเป็นกองทัพใหม่
-Recall the selected retinue = การเรียกแม่ทัพกลับ โดยแม่ทัพจะกลับไปอยู่หน้า Recruit อีกครั้ง
-Swap selected retinue = การเปลี่ยนแม่ทัพกับแม่ทัพตัวอื่นอของเรา
-Open characters details = รายละเอียดของตัวละครนี้(สามารถดูได้ที่คราสและแม่ทัพ)
-Commanding General การตั้งให้ตัวละครเป็นผู้บัญชาการกองทัพนี้ โดยในภาค Three kingdoms แม่ทัพทุกคนจะมีบัพเมื่อเป็น commander ของกองทัพที่ไม่เหมือนกันจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นว่าจะให้ใครนำทัพ

6.รายละเอียดยูนิต

-การสร้างยูนิตใหม่ยูนิตให้กด Recruit หรือรูป + โดยการสร้างยูนิตจะขึ้นอยู่กับธาตุของแม่ทัพ เช่น แม่ทัพหรือตัวละครธาตุไฟสามารถสร้างได้แค่ยูนิตม้าเกราะหนักไม่่สามารถสร้างพลหน้าไม้เกราะหนักเหมือนกุนซือหรือตัวละครธาตุน้ำได้ การปลดล็อคยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ต้องใช้สิ่งก่อสร้างแต่ต้องใช้เลเวลของแม่ทัพหรือการวิจัยแทน
-Swap units = สลับเปลี่ยนยูนิต
-Disband units = ยุบยูนิต
-Rename units = เปลี่ยนชื่อยูนิต
ในภาคสามก๊กเมื่อผู้เล่นสร้างยูนิตจะได้ยูนิตมาใช้ทันทีและไม่เสียเทิร์นในการสร้างแต่ยูนิตจะได้แค่ครึ่งกองและต้องรอฟื้นฟูระยะนึง หากผู้เล่นนำกองทัพที่พึ่งสร้างยูนิตเดินออกมาจะทำให้ Mustering rate(การระดมพล)(บัพการยูนิตฟื้นฟูยูนิต)หายไปโดยผู้เล่นสามารถเพิ่มการฟื้นฟูยูนิตได้จากการวิจัย สภาหรือสกิลของแม่ทัพ

1.1. ก่อนเดินทัพ 1.2.หลังเดินทัพ

7.Stance(ประเภทการเดิน) = แต้มในการเดินทัพของทัพนี้ โดยการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทัพโดยจะมีบัพและดีบัพต่างกันออกไปดังนี้และต้องใช้แต้ม army action point ในการเปลี่ยน stance หากแต้มไม่พอจะไม่สามารถเปลี่ยน stance ได้
-Stance:Normal = การเดินปรกติ กองทัพสามารถโจมตีได้ ระยะการเดินปรกติ กองทัพสามารถฟื้นฟูยูนิตได้(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
-Stand:March = การเดินแบบรวดเร็ว กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ ระยะการเดินไกลขึ้น 50% กองทัพไม่สามารถฟื้นฟูยูนิตได้และมีดีบัพ Tried(เหนื่อย) = ทำให้ยูนิตอ่อนแอลง
-Stand:Encamp = การตั้งค่ายเมื่อถูกโจมตีจะมีกำแพงและป้อมของค่ายมามาช่วยป้องกันผู้เล่น กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ กองทัพไม่สามารถเดินได้ เพิ่มจำนวนเสบียงและการฟื้นฟูทหาร(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
-Stand:Ambush = การซุ่มโจมตีทำงานเมื่อศัตรูเข้ามาในระยะของเรา กองทัพของเราจะล้อมศัตรูและลดขวัญกำลังใจศัตรู กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ กองทัพไม่สามารถเดินได้ เพิ่มการฟื้นฟูทหาร(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง) ศัตรูมองไม่เห็นกองทัพของเรา
-Stand:Raid =ความสามารถปล้นเฉพาะฝ่ายโจร ทำการปล้นเสบียงและเงินรอบๆพื้นที่ ลดระยะการเดินของกองทัพและติดสถาณะเหนื่อย ลดค่าความพึงพอใจและเสบียงที่เก็บไว้ในพื้นที่ที่ปล้น
-Stand:Spoile = แจกจ่ายเสบียงเฉพาะฝ่ายโจร ทำการแจกจ่ายเสบียงกองทัพของเราที่ปล้นมา ลดจำนวนเสบียงในกองทัพ เพิ่มเสบียงและการผลิตเสบียงในพื้นที่ที่แจกจ่ายเสบียง ฟื้นฟูกองทัพ กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ (ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
1.Recruit = การจ้างยูนิตหรือแม่ทัพมาเข้ากับกองทัพของเรา นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถจ้างแม่ทัพใหม่ได้อีกวิธีคือการจ้างจากหน้าต่างสภา(Candicate)
2.แสดงฝ่ายที่กองทัพสังกัดและแสดงถึงจำนวน upkeep(รายจ่ายกองทัพหรือค่าบำรุงรักษา) ที่กองทัพนี้ต้องจ่ายต่อหนึ่งตาและจำนวนกองทหารทั้งหมดในกองทัพนี้
3.-Military Supplies(เสบียงในกองทัพ) = เสบียงจะลดลงเมื่อกองทัพของผู้เล่นเขาไปในเขตแดนของฝ่ายอื่นๆหากเสบียงหมดจะทำให้ขวัญกำลังใจและทหารหนีจากกองทัพเรา การเติม Military Supplies จะต้องอยู่ในเขตแดนของตนเองหรือพันธมิตรของเรา นอกจากนี้เรายังสามารถวิจัยเพิ่มขีดจำกัดของ Military Supplies ได้จาก Reforms
-Stance(ค่าการเดิน) = ขีดจำกัดในการเดินของผู้เล่น
4.บัพและดีบัพของกองทัพนี้
5.ในภาค Three kingdoms จำนวนยูนิตในกองทัพจะแบ่งเป็นแม่ทัพ 3 คนและกองทหารอีก 18 กองโดยแม่ทัพจะมียูนิตได้สูงสุด 6 กอง
เมื่อคลิ๊กไปที่แม่ทัพผู้เล่นสามารถเลือกไออค่อนด้านบน 5 อย่างคือ
-Move select retinue out side of the force = การแยกแม่ทัพออกมาจากกองทัพเป็นกองทัพใหม่
-Recall the selected retinue = การเรียกแม่ทัพกลับ โดยแม่ทัพจะกลับไปอยู่หน้า Recruit อีกครั้ง
-Swap selected retinue = การเปลี่ยนแม่ทัพกับแม่ทัพตัวอื่นอของเรา
-Open characters details = รายละเอียดของตัวละครนี้(สามารถดูได้ที่คราสและแม่ทัพ)
-Commanding General การตั้งให้ตัวละครเป็นผู้บัญชาการกองทัพนี้ โดยในภาค Three kingdoms แม่ทัพทุกคนจะมีบัพเมื่อเป็น commander ของกองทัพที่ไม่เหมือนกันจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นว่าจะให้ใครนำทัพ
6.รายละเอียดยูนิต
-การสร้างยูนิตใหม่ยูนิตให้กด Recruit หรือรูป + โดยการสร้างยูนิตจะขึ้นอยู่กับธาตุของแม่ทัพ เช่น แม่ทัพหรือตัวละครธาตุไฟสามารถสร้างได้แค่ยูนิตม้าเกราะหนักไม่่สามารถสร้างพลหน้าไม้เกราะหนักเหมือนกุนซือหรือตัวละครธาตุน้ำได้ การปลดล็อคยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ต้องใช้สิ่งก่อสร้างแต่ต้องใช้เลเวลของแม่ทัพหรือการวิจัยแทน
-Swap units = สลับเปลี่ยนยูนิต
-Disband units = ยุบยูนิต
-Rename units = เปลี่ยนชื่อยูนิต
ในภาคสามก๊กเมื่อผู้เล่นสร้างยูนิตจะได้ยูนิตมาใช้ทันทีและไม่เสียเทิร์นในการสร้างแต่ยูนิตจะได้แค่ครึ่งกองและต้องรอฟื้นฟูระยะนึง หากผู้เล่นนำกองทัพที่พึ่งสร้างยูนิตเดินออกมาจะทำให้ Mustering rate(การระดมพล)(บัพการยูนิตฟื้นฟูยูนิต)หายไปโดยผู้เล่นสามารถเพิ่มการฟื้นฟูยูนิตได้จากการวิจัย สภาหรือสกิลของแม่ทัพ
1.1. ก่อนเดินทัพ 1.2.หลังเดินทัพ
7.Stance(ประเภทการเดิน) = แต้มในการเดินทัพของทัพนี้ โดยการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทัพโดยจะมีบัพและดีบัพต่างกันออกไปดังนี้และต้องใช้แต้ม army action point ในการเปลี่ยน stance หากแต้มไม่พอจะไม่สามารถเปลี่ยน stance ได้
-Stance:Normal = การเดินปรกติ กองทัพสามารถโจมตีได้ ระยะการเดินปรกติ กองทัพสามารถฟื้นฟูยูนิตได้(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
-Stand:March = การเดินแบบรวดเร็ว กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ ระยะการเดินไกลขึ้น 50% กองทัพไม่สามารถฟื้นฟูยูนิตได้และมีดีบัพ Tried(เหนื่อย) = ทำให้ยูนิตอ่อนแอลง
-Stand:Encamp = การตั้งค่ายเมื่อถูกโจมตีจะมีกำแพงและป้อมของค่ายมามาช่วยป้องกันผู้เล่น กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ กองทัพไม่สามารถเดินได้ เพิ่มจำนวนเสบียงและการฟื้นฟูทหาร(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
-Stand:Ambush = การซุ่มโจมตีทำงานเมื่อศัตรูเข้ามาในระยะของเรา กองทัพของเราจะล้อมศัตรูและลดขวัญกำลังใจศัตรู กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ กองทัพไม่สามารถเดินได้ เพิ่มการฟื้นฟูทหาร(ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง) ศัตรูมองไม่เห็นกองทัพของเรา
-Stand:Raid =ความสามารถปล้นเฉพาะฝ่ายโจร ทำการปล้นเสบียงและเงินรอบๆพื้นที่ ลดระยะการเดินของกองทัพและติดสถาณะเหนื่อย ลดค่าความพึงพอใจและเสบียงที่เก็บไว้ในพื้นที่ที่ปล้น
-Stand:Spoile = แจกจ่ายเสบียงเฉพาะฝ่ายโจร ทำการแจกจ่ายเสบียงกองทัพของเราที่ปล้นมา ลดจำนวนเสบียงในกองทัพ เพิ่มเสบียงและการผลิตเสบียงในพื้นที่ที่แจกจ่ายเสบียง ฟื้นฟูกองทัพ กองทัพไม่สามารถโจมตีได้ (ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเอง)
การสร้างเมืองและบริหาร
เมืองถือได้ว่าเป็นทั้งฐานที่มั่นและการผลิตทรัพยากรของเรา การเสียเมืองไปในแต่ละครั้งจึงทำให้ฝ่ายเราอ่อนแอลงเรื่อยๆ ผู้เล่นจึงต้องวางแผนในการอัปเกรดเมืองต่างๆให้ดีเพราะทรัพยากรในเกมก็มีจำกัดในช่วงแรกๆ
เมืองจะถูกแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ เมืองหลัก เมืองรองหรือเมืองลูก และด่าน
1.Assignments = ระบบนี้คือการส่งตัวละครของเราไปพัฒนาพื่นที่ต่างๆของผูเล่นหรือส่งไปป่วนฝ่ายศัตรูตามเวลาที่กำหนดเมื่อส่งไปแล้วตัวละครตัวนั้นจะไม่สามารถออกรบได้ โดยสกิลในการบริหารจะขึ้นอยู่กับธาตุของตัวละครนั้นๆการส่งตัวละครที่ธาตุตรงกับเมืองไปบริหารจะได้โบนัสด้วย นอกจากนี้สกิลที่ใช้พัฒนาพื้นที่ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จากสกิลที่เราอัพไปจากตัวละครนั้นๆ การส่งตัวละครไป assignments จะได้รับ exp ด้วยจึงแนะนำให้ส่งตัวละครที่ไม่ได้นำไปออกรบไป assignments
-สีแดง ลดจำนวนประชากร
-สีเขียว เพิ่มเสบียง เพิ่มจำนวนประชากร
-สีฟ้า เพิ่มรายได้จากการค้าขาย ตรวจจับสายลับ
-สีทอง เพิ่มรายได้จากประชาชน เพิ่มความสุขในเมือง ลดค่าคอลับชั่น
-สีเทา เพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรม ลดเวลาการสร้างสิ่งก่อสร้าง ลดค่าคอลับชั่น
*นอกจากนี้ยังมี assignments เฉพาะฝ่าย เช่น ฝ่ายโลติดสามารถส่งตัวละครไปสอนหนังสือเพื่อเพิ่ม exp ให้ตัวละครของเราได้หรือเตียวก็กที่ส่งตัวละครไปหาแม่ทัพใหม่ๆมาเข้ากองทัพ
1.1.Building browser = แผนผังการอัปเกรดเมืองของเรา
1.2. = การย้ายเมืองหลวง
1.3. = แต่งตั้งตัวละครเป็นเจ้าเมืองไปเฝ้าเมืองนั้นๆ โดยเมืองจะได้รับบัพพิเศษจากเจ้าเมืองที่มาเฝ้าและเมื่อเจ้าเมืองไม่ได้ออกรบจะทำการเฝ้าเมืองพร้อมยูนิตที่อยู่ในหน่วยตอนเป็นแม่ทัพและยูนิตจะไม่เสีย upkeep
2.= ชื่อเมืองนั้นๆ
3.รายละเอียดในเมืองนั้น
3.1.Tax exemption = เมื่อกดติ้กไปจะเป็นการไม่เก็บภาษีในเมืองนั้นๆช่วยให้เมือมีค่าความสงบเพิ่มขึ้น
3.2.Income = รายได้ประจำเมืองนั้นๆโดยรายได้จะมาจากสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในเมืองโดยแบ่งออกเป็นสามประเภทคือ Peasantry(รายได้จากประชาชน) Commerce(รายได้จากการค้า) Industry(รายได้จากอุตสาหกรรม)
3.3.Food = อาหารหรือเสบียงโดยปรกติเมืองแต่ละเมืองจะผลิตอาหารออกมาโดยส่วนใหญ่เสบียงจะถูกผลิตจากสิ่งก่อสร้างสีฟ้าและเขียว จำนวนเสบียงที่ผลิตได้จะถูกหักลบกับจำนวนบริโภคของประชากรและจึงค่อยนำไปเก็บในเมือง เช่น เมือง a ผลิตเสบียง 20 เมือง a กินไป 10 ที่เหลืออีก 10 ก็จะถูกเก็บเข้ากองกลาง หากเมืองไหนเสบียงติดลบนั้นหมายถึงเมืองนั้นไม่สามารถผลิตเสบียงได้และต้องการบริโภคมากขึ้นโดยเราสามารถเช็คจำนวนเสบียงทั้งหมดของเราได้จาก Food ทางซ้ายบนเมื่อนำเมาส์ไปชี้จะมีการบอกจำนวนเสบียงที่ผลิตได้และบริโภคไปเท่าไหร่ หากเสบียงไม่เพียงพอต่อการบริโภคจะทำให้เมืองเกิดความไม่สงบประชาชนจะหนีออกจากเมืองหรือเกิดกบฏตรงเมืองนั้นๆ
3.4.Public order = ค่าความสงบของเมืองหากค่านี้เป็นบวกจะทำให้เมืองนั้นๆได้รับบัพจากรายได้เพิ่มขึ้นหรือการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งค่านี้สามารถลดลงได้จากหลายๆปัจจัย เช่น จำนวนประชากรที่มากเกินไป มีกบฏเกิดใกล้ๆเมือง เสบียงหมด หากค่านี้ติดลบมากๆจะทำให้เกิดกบฏในเมืองนั้นๆ
3.5.Reservers = จำนวนเสบียงที่เมืองนั้นเก็บเอาไว้ เมื่อเสบียงทั้งฝ่ายหมดหรือเมืองถูกล้อมจะนำเสบียงตรงนี้มาใช้แทนหากเสบียงหมดลงไปเรื่อยๆจะทำให้ทหารที่เฝ้าเมืองนั้นๆไม่มีอาหารกินและเริ่มตายลงไปเรื่อยๆ
3.6.Population = จำนวนการเติบโตของประชากรยิ่งจำนวนประชากรสูงเท่าไหร่เมืองนั้นจะได้รับโบนัสต่างๆมากขึ้น เช่น สร้างสิ่งก่อสร้างเร็วขึ้น รายได้เยอะขึ้น เสบียงเพิ่มขึ้น เป็นต้น อย่างไรก้ตามยิ่งประชาชนเยอะขึ้นจะทำให้เมืองแออัดทำให้ค่าความสุขในเมืองลดลงแทน
3.7. = รายละเอียดเฉพาะเมืองนั้นๆ เช่น Fertility(ความอุดมสมบูรณ์) ยิ่งมีเยอะจะทำให้ผลิตอาหารได้มากขึ้น ความสงบประจำเมือง ค่า faction support(ค่าสนับสนุนฝ่ายหากค่านี้ต่ำจะทำให้ความสุขในเมืองลดลง) เช่น เมืองทางภาคเหนือที่มีความแห้งแล้งมากกว่าเมืองในภาคกลางทำให้ผลิตอาหารและเก็บภาษีได้น้อยกว่าเมืองในภาคกลาง
3.8. = ทหารที่เฝ้าเมืองนั้นๆ
4.= คำแนะในการสร้างสิ่งก่อสร้างในเมืองให้เราดูจากเมืองลูกของเราเป็นหลักครับเพื่อให้สิ่งก่อสร้างในเมืองได้บัพกันอย่างเต็มที่ เช่น ถ้าเมืองลูกของเราเป็นสีเขียวให้สร้างสิ่งก่อสร้างของเราเป็นสีเขียวทั้งหมดเพื่อดึงประสิทธิภาพของบัพเมืองนั้นๆให้สูงที่สุด แล้วจึวค่อยสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆเสริมขึ้นมาโดยสิ่งก่อสร้างแบ่งเป็นดังนี้
สีเขียว = สิ่งก่อสร้างประเภทเพิ่มเสบียงต่างๆช่วยเพิ่มทั้งรายได้ การเติบโตของประชากร ค่าความสงบและเสบียงประจำเมืองนั้นๆ
สีแดง = สิ่งก่อสร้างประเภททหารช่วยเพิ่มการจ้างทหารในเมืองนั้นๆถูกลง เพิ่มการฟื้นฟูทหาร สร้างอาวุธ เพิ่มทหารที่เฝ้าเมืองนั้นๆ
สีฟ้า = สิ่งก่อสร้างประเภทช่วยเพิ่มรายได้ต่างๆ exp ตัวละคร และเสบียงในเมืองนั้นๆ
สีทอง = สิ่งก่อสร้างประเภทเพิ่มความสงบช่วยเพิ่มความสงบในเมือง เพิ่มรายได้ประจำเมืองนั้นๆ
สีเทา = สิ่งก่อสร้างประเภทเพิ่มรายได้ช่วยเพิ่มรายได้ต่างๆภายในเมืองและลดค่าคอลับชั่นในเมืองนั้นๆ
*อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นครับว่าจะตัดสินใจสร้างสิ่งก่อสร้างอะไรอย่างบางเมืองเมืองลูกสีแดงเพิ่มรายได้ทางอุตสาหกรรมเราอาจจะสร้างสิ่งก่อสร้างสีเทาเพื่อบัพรายได้จากอุตสาหกรรมก็ได้เหมือนกัน
5.= เมืองลูกหรือเมืองรองประจำจังหวัดนั้นๆ โดยมันมีหน้าที่ในการบัพเมืองหลักของเราทั้งการค้า เสบียง อาวุธและทรัพากรพิเศษอื่นๆ
6.=เมื่อนำเมาส์ไปคลิ้กขวาที่เมืองจะเข้าสู่หน้าแผนผังอัปเกรดเมืองโดยจะแสดงรายละเอียดการสร้างเมืองต่างๆ
-เมืองหลัก อย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้นว่าเมืองมีหน้าที่ผลิตทรัพยากรต่างๆให้กับเราซึ่งนั้นคือหน้าที่ของ
เมืองหลักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สามารถอัปเกรดเพื่อขยายเมืองทำให้เราสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆได้มากขึ้นรวมถึงตัวเมืองจะแข็งแกร่งขึ้นและมีทหารประจำเมืองที่เก่งขึ้น แต่ยิ่งเมืองมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่มันจะกินเสบียงมากขึ้นเท่านั้นอิงจากความเป็นจริงถ้าเมืองใหญ่ขึ้นประชาชนที่มากขึ้นก็ต้องการอาหารมากขึ้น แต่ก็ได้รับรายได้จากเมืองและโบนัษต่างๆจากเมืองมากขึ้นตามขนาดเมืองที่ใหญ่ขึ้น
-เมืองรองหรือเมืองลูก หน้าที่จะเหมือนเมืองหลักที่คอยผลิตทรัพยากรให้เราแต่จะต่างตรงที่เมืองลูกไม่สามารถขยายเมืองได้ทำได้แค่อัปเกรดไปเรื่อยๆ ยิ่งอัปเกรดสูงเท่าไหร่บางเมืองเราจะต้องจ่ายค่าดูแลให้เมืองลูกเยอะขึ้น หากเราทำการยึดเมืองหลักและเมืองลูกในจังหวัดนั้นๆครับเมืองลูกจะมอบโบนัสให้กับเมืองหลัก เช่น เพิ่มรายได้ เพิ่มเสบียงเป็นต้น อย่างไรก็ตามเมืองลูกสามารถยึดแยกออกจากเมืองหลักได้ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียบัพพิเศษประจำจังหวัดนั้นๆไปด้วย
-ด่านจะไม่ต่างจากเมืองรองตรงที่มันอัปเกรดได้อย่างเดียวไม่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมได้ ยิ่งอัปเกรดด่านมากเท่าไหร่จะเสียค่าใช้จ่ายค่าดูแลให้ด่านเพิ่มขึ้น ด่านจะมีหน้าที่ป้องกันจุดต่างๆไม่ต่างจากเมือง แต่จะโจมตีได้ยากกว่าและต้องใช้เวลาในการตียากว่าเพราะสามารถบุกได้ทางเดียว ด่านจะมีทั้งทหารและจำนวนป้อมที่คอยป้องกันด่านและยังมีเสบียงที่เก็บไว้ตอนล้อมเมืองเยอะทำให้การจะตีด่านในแต่ละครั้งต้องใช้ทหารจำนวนมาก นอกจากนี้ฝ่ายล้อมบุกด่านจะโดนดีบัพเสียเสบียงมากขึ้น
ยศ/ลำดับขั้น
ระบบยศเป็นระบบต่ำแหน่งขั้นของเราโดยตำแหน่งยิ่งสูงขึ้นบัพก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ยิ่งเรายศสูงเท่าไหร่เราจะทำการทูตกับฝ่ายอื่นๆยากขึ้นและเมื่อเราเลื่อนยศถึงระดับ Emperor ตัวเกมจะบังคับให้อีกสองที่มีอนาเขตและอำนาจเยอะที่สุดฝ่ายขึ้นเป็น Emperor เหมือนกันและต้องสู้กันจนกว่า Emperor จะเหลือแค่เราฝ่ายเดียว
โดยการวิธีการเลื่อนยศจะมาจาค่า Prestige(ยศศักดิ์หรือชื่อเสียง)ซึ่งมาจากการยึดเมืองต่างๆหรือมาจากบัพทางสิ่งก่อสร้างเป็นต้น
1.ข้อมูลของบัพพิเศษและยูนิตฝ่ายเราฝ่ายเรา
2.ยศต่างๆ ยิ่งยศสูงเท่าไหร่จะได้รับบัพพิเศษและระบบต่างๆเพิ่มขึ้น
2.1. Noble(ขุนนาง) = เพิ่มค่ายศศักดิ์จากการยึดเมือง อัพเกรดเมืองและสิ่งก่อสร้างพิเศษ
2.2 .Second marquis(มาร์ควิสขั้นสอง) = สามารถตั้ง Coalition alliance(สัมพันธมิตร)ได้ สามารถเพิ่มหรือลดการเก็บภาษีได้
*Coalition alliance เป็นการก่อตั้งพันธมิตรแบบใหม่โดยสิ่งที่ต่างจาก Military Alliance คือเมื่อจะประกาศสงครามหรือชวนฝ่ายอื่นๆมาเป็นพันธมิตร จะมีการโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็็นด้วยในกลุ่มสมาชิกพันธมิตร เช่น เมื่อฝ่าย A ประกาศสงครามกับฝ่าย B ก็จะขึ้นอยู่กับสมาชิกในกลุ่มวจะโหวตเห็นด้วยหรือไม่ที่จะประกาศสงคราม ซึ่งถ้าเป็น Military Alliance หากกลุ่มพันธมิตรประกาศสงครามสมาชิกอื่นๆจะเข้าร่วมได้ทันที
2.3. Marquis(มาร์ควิส) = สามารถตั้ง Military Alliance (พันธมิตรทางการทหาร)ได้ สามารถสร้าง vassal(เมืองขึ้น)ได้
2.4. Duke(ดยุค) = satisfaction(ค่าความพึงพอใจ) +10 เพิ่มตำแหน่งสายลับ 2 ตำแหน่ง
2.5. King(อ๋อง) = เมื่อถึงยศอ๋องจะสามารถตั้งตัวเป็นจักรพรรดิได้ (ฝ่าย Governor หรือ Empire(เล่าฉง เล่าเปียว เล่าเอี๋ยน ม้าเท้ง ซือเซี่ย)ไม่สามารถตั้งตัวเป็นจักรพรรดิได้ต้องไปยึดเมืองของจักรพรรดิฝ่ายอื่นๆแทน ) satisfaction(ค่าความพึงพอใจ) +15
2.6. Emperor(จักรพรรดิ) = สามารถจ้างยูนิต Palace guard units ได้ ฝ่ายที่ขึ้นเป็นจักรพรรดิเหมือนกันไม่สามารถเป็นพันธมิตรกันได้
3.ข้อมูลต่างๆของฝ่ายเรา เช่น จำนวนเงิน เสบียง มีศัตรูฝ่ายใดบ้าง
ปรกติเมื่อเรายศเลื่อนขึั้นตัวเกมจะเพิ่มโบนัสต่างๆเช่นค้าขายมากขึ้น สร้างกองทัพได้เยอะขึ้น แต่ตอนนี้เราสามารถเลืออัพเกรดสิ่งต่างๆเองได้แล้ว แบ่งเป็นดังนี้
-Assignment = เพิ่มจำนวนขุนนางไปบริหารพิ้นที่
-Administrators = เพิ่มจำนวนเจ้าเมือง
-Trad argeements = เพิ่มเส้นทางการค้าขาย
-Spies = เพิ่มจำนวนสายลับให้ใช้งานมากขึ้น
-Armies = เพิ่มจำนวนกองทัพ
สภา
ระบบสภาหรือตำแหน่งจะมีหน้าที่ในการบัพฝ่ายของเรายึ่งผู้เล่นยศสูงเท่าไหร่ตำแหน่งใหม่ๆจะปลดล็อคออกมามากขึ้น เราจะได้อะไรบ้างเมื่อแต่งตั้งตัวละครเข้าสภาอย่างแรกคือบัพพิเศษต่างๆในตำแหน่งเมื่อเรานำตัวละครไปใส่ฝ่ายของเราจึงจะได้บัพตามตำแหน่งนั้นๆซึ่งจะส่งผลทั้งฝ่ายและตัวละครที่มานั่งในตำแหน่ง สองบัพของตัวละครเมื่อนั่งสภาระดับสูงทุกๆตัวละครจะมีสกิลสำหรับนั่งในสภา แต่สกิลพวกนี้จะทำงานเมื่อตัวละครพวกนี้เข้าไปนั่งในสภาระดับสูงเท่านั้นหากแต่งตั้งตำแหน่งอื่นๆบัพจะไม่ทำงาน อย่างไรก็ตามผู้เล่นต้องสังเกตให้ดีว่าสกิลของตัวะครจะทำงานในตำแหน่งระดับใด สุดท้ายคือยิ่งตัวละครเลเวลสูงเท่าไหร่พวกเขาจะมีความทะเยอทะยานมากขึ้นและจะขอตำแหน่งสูงๆในสภาเพื่อให้พวกเขาพอใจ ในส่วนตรงนี้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าจะมอบตำแหน่งหรือไม่เพราะตัวละครบางตัวเมื่อพวกเขาขึ้นตำแหน่งสูงๆก็มีโอกาศที่พวกเขาจะทำสงครามภายในกันเองผู้เล่นต้องคอยสังเกตให้ดีว่าตัวละครแต่ละคนมีความชอบหรือเกลียดตัวละครใดบ้าง*อย่างในภาพสภาผมแทบจะเกลียดกันทุกคนแต่พวกเขามีค่าความพอใจที่สูงจึงไม่มีสงครามภายใน* ถ้าเรานำตัวละครไปใส่ในสภาตัวละครตัวนั้นจะมีเงินเดือน(upkeep)ที่สูงขึ้นด้วย
ผมขอแบ่งตำแหน่งสภาเป็นสามหมวดครับ
1.ตำแหน่งระดับสูง อย่างที่กล่าวไปข้างต้นตำแหน่งพวกนี้นอกจากจะมีบัพให้กับฝ่ายแล้วสกิลพิเศษที่ต้องนั่งในสภาจะทำงาน แนะนำให้ตั้งพวกตัวละครที่มีเลเวล 6-9 ขึ้นมานั่งตำแหน่งเพราะพวกเขามีค่าทะเยอทะยานมากและถ้าผู้เล่นบริหารไม่ดีแล้วพวกเขามีค่าความพอใจต่ำพวกเขาก็จะหนีไปทันที เช่น ลิโป้ ที่ทีค่าความทะเยอทะยานสูงมากๆพอรับเข้าฝ่ายมาต้องให้นั่งในตำแหน่งดีๆ
2.ตำแหน่งระดับกลาง เป็นตำแหน่งธรรมดาเมื่องตัวละครมานั่งจะได้รับบัพทั้งฝ่าย ตำแหน่งพวกนี้จะปลดล็อคเมื่อเราเป็นฮ่องเต้ตำแหน่งพวกนี้สกิลพิเศษของตัวละครจะไม่ทำงาน แนะนำให้ใส่ตัวละครเลเวล 5-7 มานั่งเพื่อให้พวกเขามีความพึงพอใจและไม่หนีออกจากฝ่ายเรา
3.ตำแหน่งเจ้าเมือง เป็นตำแหน่งที่ปลดล็อคตั้งแต่เริ่มเกมโดยการส่งตัวละครไปเป็นเจ้าเมืองจะทำให้เมืองนั้นๆได้รับบัพพิเศษจากสกิลของตัวละคร เช่น ก่อสร้างเร็วขึ้น ลดคอรัปชั่น นอกจากนี้เมื่อตัวละครที่เป็นเจ้าเมืองไม่ได้ออกไปสู้รบตัวละครจะทำการนำทหารไปเฝ้าเมืองอีกด้วย อย่างไรก็การที่ตัวละครที่เราส่งไป assignment ในพื้นที่เจ้าเมืองปกครองอยู่ตามจะมีโอกาศที่ทั้งสองตัวละครจะไม่ชอบหน้ากัน
Family tree
หน้านี้จะแสดงถึงสมาชิกครอบครัวของเราและฝ่ายอื่นๆ
Characters
แสดงถึงความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆในเกม
สายลับ
-หากผู้เล่นคุ้นเคยกันระบบ Agent ของ total war แบบเก่าที่เน้นส่งตัวละครพิเศษไปทำเรื่องต่างๆอาจจะต้องปรับตัวใหม่กับระบบ agent ที่เปลี่ยนเป็นระบบ spy แทน แม้ว่าระบบจะดูเปลี่ยนแปลงไปเยอะแต่หลักๆก็ยังเป็นการส่งตัวละครไปป่วนฝ่ายอื่นๆเหมือนเดิมครับ
-สายลับคือระบบใหม่ในภาค three kingdoms โดยจะเป็นการส่งตัวละครอื่นๆไปแฝงตัวในฝ่ายต่างๆคอยสืบข้อมูลและปั่นหัวฝ่ายที่เราส่งเข้าไป ยิ่งสายลับเลเวลสูงเท่าไหร่ก็มีโอกาศถูกจ้างเข้าฝ่ายนั้นๆมากขึ้น โดยสายลับจะคอยส่งข้อมูลต่างๆทั้งตัวละครที่อยู่ฝ่ายนั้นๆ รายได้ต่างๆ บัพดีบัพ จำนวนเมืองที่ครอบครอง ฯลฯ


รายละเอียดระบบสายลับ
1.แสดงสายลับทั้งหมดที่เราส่งไปในฝ่ายต่างๆและผู้เล่นสามารถจ้างสายลับได้จากตรงนี้โดยทำการกดที่เครื่องหมาย + จะเป็นการเลือกสายลับและฝ่ายที่จะส่งไป วิธีการปลดล็อคช่องสายลับเพิ่มสามารถทำได้โดยอัพจากการวิจัยสายสีฟ้าและการเลื่อนยศของฝ่ายผู้เล่น
*สำหรับผู้เล่นที่อยากลองระบบสายลับแนะนำฝ่ายโจโฉครับเพราะจะเริ่มมาพร้อมกับสายลับสองช่องตั้งแต่เริ่มเกมและยังมีสกิลบัพสายลับต่างๆทำให้เล่นสายลับง่ายขึ้น
2.แสดงตัวละครที่ผู้เล่นสามารถส่งไปเป็นสายลับได้โดยแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ

2.1.ตัวละครที่อยู่ในฝ่ายเราเมื่อกดส่งไปเป็นสายลับจะต้องรอตัวละครเดินทางไปฝ่ายที่เราส่งไป โดยจะแจ้งเตือนเมื่อสายลับของผู้เล่นเดินทางไปถึง( อย่างไรก็ตามมีโอกาศที่สายลับจะไม่ถูกอีกฝ่ายจ้างสายลับจะกลับมาหาเราเอง ซึ่งจะมาจากสายลับที่ส่งไปนั้นมีความสามารถต่ำจนฝ่ายที่เราส่งไปจึงไม่จ้างสายลับเข้าฝ่ายนั่นเองดังนั้นเราควรส่งตัวละครที่มีเลเวลสูงๆหรือตัวละคร legendary จะมีโอกาศถูกจ้างและได้ตำแหน่งสูงขึ้น)
2.2.ตัวละครที่ไม่ได้อยู่ในฝ่ายจะเหมือนกับการจ้างแม่ทัพแต่เปลี่ยนเป็นจ้างสายลับแทนเงื่อนไขเหมือนกับ 2.1
2.3.ตัวละครที่อยู่ในฝ่ายนั้นยอมเป็นสายลับให้กับฝ่ายเราทันทีจะไม่ต้องเดินทางเพราะตัวละครอยู่ในฝ่ายนั้นอยู่แล้ว
เมื่อตัวละครที่ส่งไปถูกไปได้รับการว่าจ้างจะขึ้นหน้าต่างดังนี้

การที่ผู้เล่นจะใช้งานสายลับในการปั่นป่วนฝ่ายตรงข้ามจำเป็นต้องใช้ค่าสองอย่าง คือ

ค่า 1.Undercover network (ค่าเครือข่ายลับ(รูปถือพัด) และ 2.Cover(ค่าหลบซ่อน(รูปตา) ซึ่งทั้งสองค่าจะถูกใช้ในการวินาศกรรมต่างๆของสายลับยิ่งมีค่าพวกนี้สูงก็จะมีโอกาศถูกจับตัวได้น้อยลงและทำงานสำเร็จมากขึ้นโดยค่า -Undercover network จะใช้งานร่วมกันกับสายลับในฝ่ายนั้นๆ เช่น ผู้เล่นส่งตัวละคร A และ B ไปสืบข้อมมูลฝ่ายโจโฉ เมื่อผู้เล่นสั่งให้สายลับ A ทำงานค่า Undercover network ของ A และ B ก็จะลดลงแม้ว่าเราจะไม่ได้สั่งการสายลับ B โดยยิ่งค่านี้มีเยอะเท่าไหร่ก็จะทำงานสำเร็จมากขึ้นและถูกจับตัวน้อยลง
-Cover จะเป็นค่าที่ใช้งานเหมือน Undercover network แต่ค่านี้จะแยกเป็นรายบุคคลโดยยิ่งมีค่า Cover สูงก็จะมีโอกาศถูกจับตัวได้น้อยลงและทำงานสำเร็จมากขึ้น หากค่านี้น้อยลงมากเกินไปจะทำให้ถูกจับตัวง่ายขึ้นแทนและทำงานสำเร็จน้อยลง โดยทั้งสองค่าจะฟื้นฟูเพิ่มขึ้นทุกๆตา
*คำแนะนำการใช้สายลับทำงานต่างๆล้วนมีความเสี่ยงและมีโอกาศถูกอีกฝ่ายสงสัยทำให้ผู้เล่นต้องใช้ Undercover network และ Cover เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในบางครั้งเราควรจะรอจนทั้งสองแต้มสูงมากพอเพื่อที่จะทำให้สายลับปลอดภัยยิ่งขึ้น

หมวดหมู่การสั่งสายลับ

1.หมวดหมู่ขุนนาง = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่าย
-Maintain Loyalty = สั่งให้สายลับยังคงภักดีต่อเรา เนืื่องจากในบางครั้งฝ่ายตรงข้ามอาจจะเลี้ยงสายลับของเราดีเกินไปทำให้สายลับเปลี่ยนฝ่าย
-Empower trade = สั่งให้สายลับเพิ่มค่าการค้าขายให้กับฝ่ายเรา(กรณีที่อีกฝ่ายค้าขายกับฝ่ายเรา)ทำให้ฝ่ายเราได้เงินจากการค้าเพิ่มขึ้นและฝ่ายที่สายลับอยู่ได้รับเงินจากการค้าลดลง
-Interference = สั่งให้สายลับหลบซ่อนตัวลดการถูกจับได้เพิ่มค่า cover ให้สายลับ
-Extract spy = สั่งให้สายลับกลับฝ่ายของเรา
-Build undercover network = เพิ่มค่า undercover network ให้กับสายลับ
-Pursue military appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ
-Discredit faction = สั่งให้สายลับใส้ร้ายฝ่ายที่สายลับอยู่ ลดค่าความพึงพอใจของตัวละครทุกตัวในฝ่าย
-Discredit charter = สั่งให้สายลับใส่ร้ายตัวละครนั้นสายลับอยู่ ลดค่าความพึงพอใจของตัวละครที่ใส่ร้าย

2.หมวดหมู่เจ้าเมือง = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้รับตำแหน่งเจ้าเมือง
-Pursue ministerial appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางระดับสูง
-Surrender territory = สั่งให้สายลับยกเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของยกเมืองให้กับฝ่ายเรา
-Open gates = สั่งให้สายลับเปิดประตูเมืองเมื่อเราเป็นฝ่ายบุกทำให้ตีเมืองง่ายขึ้น
-Deny garrison supplies = สั่งให้สายลับตัดเสบียงในเมืองลดการฟื้นฟูทหารในเมือง
-Poison garrison provisos = สั่งให้สายลับวางยาพิษสังหารทหารในเมือง
-Diminish public order = สั่งให้สายลับลดค่าความสุขประชาชนในเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของ
-Instigate yellow turban uprising = สั่งให้สายลับปลุกระดมกบฏในเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของ

3.หมวดหมู่แม่ทัพ = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้รับตำแหน่งแม่ทัพ
-Pursue administrative appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็น
-Military revolt = สั่งให้สายลับก่อกบฏแยกตัวกองทัพออกมา
-Falsify marching orders = สั่งให้สายลับปลอมแปลงการเดินทัพปลอม ทำให้กองทัพติดดีบัพเหนื่อยและระยะการเดินสั้นลง
-Leak marching orders = สั่งให้สายลับปล่อยเส้นทางการเดินให้กับฝ่ายเรามีโอกาศซุ้มโจมตีอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น
-Deny military supplies = สั่งให้สายลับตัดเสบียงในกองทัพลดการฟื้นฟูทหารในกองทัพ
-Poison military provisions = สั่งให้สายลับวางยาพิษสังหารทหารในกองทัพ
-Infiltrate army = สั่งให้สายลับบอกตำแหน่งการเดินทัพให้ฝ่ายเรารับรู้

4.หมวดหมู่ตระกูล = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้เข้าไปอยู่ในตระกูลของฝ่ายนั้นๆ เช่น รับเป็นลูกบุญธรรม การแต่งงาน เป็นทายาท เป็นต้น
-Improve relation = สั่งให้สายลับยุยงฝ่ายตรงข้ามเพิ่มความสัมพันธ์กับฝ่ายเรา
-Instigate civil war = สั่งให้สายลับก่อสงครามภายในฝ่าย
-Assassinate faction leader = สั่งให้สายลับสังหารผู้นำฝ่าย
-Assassinate faction heir = สั่งให้สายลับสังหารรัชทายาท

เมื่อกดใช้คำสั่งสายลับจะมีโอกาศที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามสงสัยและต้องใช้แต้ม Undercover network และ Cover หากมีแต้ม Undercover network และ Cover น้อยเกินไปจะทำให้สายลับมีโอกาศถูกจับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เล่นก็มีทางเลือกให้สายลับยุติการกระทำเพื่อความปลอกภัยได้เช่นกัน
วิธีการจับสายลับ

1.ให้สังเกตตัวละครที่มาเข้าฝ่ายของผู้เล่นทุกครั้งว่ามากจากฝ่ายใดจะช่วยลดการรับสายลับเข้าฝ่ายมากขึ้น เช่น มีตัวละครจากฝ่ายโจโฉมาให้เราจ้าง แต่ตอนนั้นเรากำลังรบกับโจโฉอยู่อาจจะระแวงไว้ก่อนว่าเป็นสายลับอย่างไรก็ตามตัวละครตัวนี้ก็อาจจะถูกไล่ออกจากฝ่ายโจโฉก็เป็นไปได้เหมือนกัน


2.สร้างสิ่งก่อสร้างหรือวิจัยธาตุน้ำที่ช่วยตรวจจับสายลับมากชึ้น ทำให้สายลับที่แฝงตัวในฝ่ายเราทำงานยากขึ้นและถูกจับตัวง่ายขึ้น
3.ส่งตัวละครธาตุน้ำไป assignment ในพื้นที่ต่างๆเพื่อตรวจจับสายลับ

เมื่อสายลับถูกจับได้จะมีทางเลือกให้กับผู้เล่นว่าจะปล่อยไป ประหาร จ้างมาเข้าฝ่ายของเราและจ้างสายกลับไปแฝงตัวฝ่ายที่ส่งมา
-สายลับคือระบบใหม่ในภาค three kingdoms โดยจะเป็นการส่งตัวละครอื่นๆไปแฝงตัวในฝ่ายต่างๆคอยสืบข้อมูลและปั่นหัวฝ่ายที่เราส่งเข้าไป ยิ่งสายลับเลเวลสูงเท่าไหร่ก็มีโอกาศถูกจ้างเข้าฝ่ายนั้นๆมากขึ้น โดยสายลับจะคอยส่งข้อมูลต่างๆทั้งตัวละครที่อยู่ฝ่ายนั้นๆ รายได้ต่างๆ บัพดีบัพ จำนวนเมืองที่ครอบครอง ฯลฯ
รายละเอียดระบบสายลับ
1.แสดงสายลับทั้งหมดที่เราส่งไปในฝ่ายต่างๆและผู้เล่นสามารถจ้างสายลับได้จากตรงนี้โดยทำการกดที่เครื่องหมาย + จะเป็นการเลือกสายลับและฝ่ายที่จะส่งไป วิธีการปลดล็อคช่องสายลับเพิ่มสามารถทำได้โดยอัพจากการวิจัยสายสีฟ้าและการเลื่อนยศของฝ่ายผู้เล่น
*สำหรับผู้เล่นที่อยากลองระบบสายลับแนะนำฝ่ายโจโฉครับเพราะจะเริ่มมาพร้อมกับสายลับสองช่องตั้งแต่เริ่มเกมและยังมีสกิลบัพสายลับต่างๆทำให้เล่นสายลับง่ายขึ้น
2.แสดงตัวละครที่ผู้เล่นสามารถส่งไปเป็นสายลับได้โดยแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ
2.1.ตัวละครที่อยู่ในฝ่ายเราเมื่อกดส่งไปเป็นสายลับจะต้องรอตัวละครเดินทางไปฝ่ายที่เราส่งไป โดยจะแจ้งเตือนเมื่อสายลับของผู้เล่นเดินทางไปถึง( อย่างไรก็ตามมีโอกาศที่สายลับจะไม่ถูกอีกฝ่ายจ้างสายลับจะกลับมาหาเราเอง ซึ่งจะมาจากสายลับที่ส่งไปนั้นมีความสามารถต่ำจนฝ่ายที่เราส่งไปจึงไม่จ้างสายลับเข้าฝ่ายนั่นเองดังนั้นเราควรส่งตัวละครที่มีเลเวลสูงๆหรือตัวละคร legendary จะมีโอกาศถูกจ้างและได้ตำแหน่งสูงขึ้น)
2.2.ตัวละครที่ไม่ได้อยู่ในฝ่ายจะเหมือนกับการจ้างแม่ทัพแต่เปลี่ยนเป็นจ้างสายลับแทนเงื่อนไขเหมือนกับ 2.1
2.3.ตัวละครที่อยู่ในฝ่ายนั้นยอมเป็นสายลับให้กับฝ่ายเราทันทีจะไม่ต้องเดินทางเพราะตัวละครอยู่ในฝ่ายนั้นอยู่แล้ว
เมื่อตัวละครที่ส่งไปถูกไปได้รับการว่าจ้างจะขึ้นหน้าต่างดังนี้
การที่ผู้เล่นจะใช้งานสายลับในการปั่นป่วนฝ่ายตรงข้ามจำเป็นต้องใช้ค่าสองอย่าง คือ
ค่า 1.Undercover network (ค่าเครือข่ายลับ(รูปถือพัด) และ 2.Cover(ค่าหลบซ่อน(รูปตา) ซึ่งทั้งสองค่าจะถูกใช้ในการวินาศกรรมต่างๆของสายลับยิ่งมีค่าพวกนี้สูงก็จะมีโอกาศถูกจับตัวได้น้อยลงและทำงานสำเร็จมากขึ้นโดยค่า -Undercover network จะใช้งานร่วมกันกับสายลับในฝ่ายนั้นๆ เช่น ผู้เล่นส่งตัวละคร A และ B ไปสืบข้อมมูลฝ่ายโจโฉ เมื่อผู้เล่นสั่งให้สายลับ A ทำงานค่า Undercover network ของ A และ B ก็จะลดลงแม้ว่าเราจะไม่ได้สั่งการสายลับ B โดยยิ่งค่านี้มีเยอะเท่าไหร่ก็จะทำงานสำเร็จมากขึ้นและถูกจับตัวน้อยลง
-Cover จะเป็นค่าที่ใช้งานเหมือน Undercover network แต่ค่านี้จะแยกเป็นรายบุคคลโดยยิ่งมีค่า Cover สูงก็จะมีโอกาศถูกจับตัวได้น้อยลงและทำงานสำเร็จมากขึ้น หากค่านี้น้อยลงมากเกินไปจะทำให้ถูกจับตัวง่ายขึ้นแทนและทำงานสำเร็จน้อยลง โดยทั้งสองค่าจะฟื้นฟูเพิ่มขึ้นทุกๆตา
*คำแนะนำการใช้สายลับทำงานต่างๆล้วนมีความเสี่ยงและมีโอกาศถูกอีกฝ่ายสงสัยทำให้ผู้เล่นต้องใช้ Undercover network และ Cover เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในบางครั้งเราควรจะรอจนทั้งสองแต้มสูงมากพอเพื่อที่จะทำให้สายลับปลอดภัยยิ่งขึ้น
หมวดหมู่การสั่งสายลับ
1.หมวดหมู่ขุนนาง = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่าย
-Maintain Loyalty = สั่งให้สายลับยังคงภักดีต่อเรา เนืื่องจากในบางครั้งฝ่ายตรงข้ามอาจจะเลี้ยงสายลับของเราดีเกินไปทำให้สายลับเปลี่ยนฝ่าย
-Empower trade = สั่งให้สายลับเพิ่มค่าการค้าขายให้กับฝ่ายเรา(กรณีที่อีกฝ่ายค้าขายกับฝ่ายเรา)ทำให้ฝ่ายเราได้เงินจากการค้าเพิ่มขึ้นและฝ่ายที่สายลับอยู่ได้รับเงินจากการค้าลดลง
-Interference = สั่งให้สายลับหลบซ่อนตัวลดการถูกจับได้เพิ่มค่า cover ให้สายลับ
-Extract spy = สั่งให้สายลับกลับฝ่ายของเรา
-Build undercover network = เพิ่มค่า undercover network ให้กับสายลับ
-Pursue military appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ
-Discredit faction = สั่งให้สายลับใส้ร้ายฝ่ายที่สายลับอยู่ ลดค่าความพึงพอใจของตัวละครทุกตัวในฝ่าย
-Discredit charter = สั่งให้สายลับใส่ร้ายตัวละครนั้นสายลับอยู่ ลดค่าความพึงพอใจของตัวละครที่ใส่ร้าย
2.หมวดหมู่เจ้าเมือง = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้รับตำแหน่งเจ้าเมือง
-Pursue ministerial appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางระดับสูง
-Surrender territory = สั่งให้สายลับยกเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของยกเมืองให้กับฝ่ายเรา
-Open gates = สั่งให้สายลับเปิดประตูเมืองเมื่อเราเป็นฝ่ายบุกทำให้ตีเมืองง่ายขึ้น
-Deny garrison supplies = สั่งให้สายลับตัดเสบียงในเมืองลดการฟื้นฟูทหารในเมือง
-Poison garrison provisos = สั่งให้สายลับวางยาพิษสังหารทหารในเมือง
-Diminish public order = สั่งให้สายลับลดค่าความสุขประชาชนในเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของ
-Instigate yellow turban uprising = สั่งให้สายลับปลุกระดมกบฏในเมืองที่สายลับเป็นเจ้าของ
3.หมวดหมู่แม่ทัพ = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้รับตำแหน่งแม่ทัพ
-Pursue administrative appointment = สั่งให้สายลับเรียกร้องให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็น
-Military revolt = สั่งให้สายลับก่อกบฏแยกตัวกองทัพออกมา
-Falsify marching orders = สั่งให้สายลับปลอมแปลงการเดินทัพปลอม ทำให้กองทัพติดดีบัพเหนื่อยและระยะการเดินสั้นลง
-Leak marching orders = สั่งให้สายลับปล่อยเส้นทางการเดินให้กับฝ่ายเรามีโอกาศซุ้มโจมตีอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น
-Deny military supplies = สั่งให้สายลับตัดเสบียงในกองทัพลดการฟื้นฟูทหารในกองทัพ
-Poison military provisions = สั่งให้สายลับวางยาพิษสังหารทหารในกองทัพ
-Infiltrate army = สั่งให้สายลับบอกตำแหน่งการเดินทัพให้ฝ่ายเรารับรู้
4.หมวดหมู่ตระกูล = จะทำงานเมื่อสายลับถูกจ้างเข้าฝ่ายและได้เข้าไปอยู่ในตระกูลของฝ่ายนั้นๆ เช่น รับเป็นลูกบุญธรรม การแต่งงาน เป็นทายาท เป็นต้น
-Improve relation = สั่งให้สายลับยุยงฝ่ายตรงข้ามเพิ่มความสัมพันธ์กับฝ่ายเรา
-Instigate civil war = สั่งให้สายลับก่อสงครามภายในฝ่าย
-Assassinate faction leader = สั่งให้สายลับสังหารผู้นำฝ่าย
-Assassinate faction heir = สั่งให้สายลับสังหารรัชทายาท
เมื่อกดใช้คำสั่งสายลับจะมีโอกาศที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามสงสัยและต้องใช้แต้ม Undercover network และ Cover หากมีแต้ม Undercover network และ Cover น้อยเกินไปจะทำให้สายลับมีโอกาศถูกจับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เล่นก็มีทางเลือกให้สายลับยุติการกระทำเพื่อความปลอกภัยได้เช่นกัน
วิธีการจับสายลับ
1.ให้สังเกตตัวละครที่มาเข้าฝ่ายของผู้เล่นทุกครั้งว่ามากจากฝ่ายใดจะช่วยลดการรับสายลับเข้าฝ่ายมากขึ้น เช่น มีตัวละครจากฝ่ายโจโฉมาให้เราจ้าง แต่ตอนนั้นเรากำลังรบกับโจโฉอยู่อาจจะระแวงไว้ก่อนว่าเป็นสายลับอย่างไรก็ตามตัวละครตัวนี้ก็อาจจะถูกไล่ออกจากฝ่ายโจโฉก็เป็นไปได้เหมือนกัน
2.สร้างสิ่งก่อสร้างหรือวิจัยธาตุน้ำที่ช่วยตรวจจับสายลับมากชึ้น ทำให้สายลับที่แฝงตัวในฝ่ายเราทำงานยากขึ้นและถูกจับตัวง่ายขึ้น
3.ส่งตัวละครธาตุน้ำไป assignment ในพื้นที่ต่างๆเพื่อตรวจจับสายลับ
เมื่อสายลับถูกจับได้จะมีทางเลือกให้กับผู้เล่นว่าจะปล่อยไป ประหาร จ้างมาเข้าฝ่ายของเราและจ้างสายกลับไปแฝงตัวฝ่ายที่ส่งมา
การทูต
ระบบการทูตเป็นระบบสำคัญในเกม Total war ช่วยเพิ่มมิติของเกมให้ลึกขึ้นไม่ใช้แค่สร้างกองทัพสู้กันอย่างเดียว ทำให้ผู้เล่นได้วางแผนมากขึ้น เช่น เราอาจจะยอมเป็นพันธมิตรกับฝ่าย A ชั่วคราวเพื่อช่วยกันสู้กับฝ่าย B ซึ่งหลังจากจบศึกเราอาจจะเลิกเป็นพันธมิตรหรือจับมือเป็นพันธมิตรกันต่อก็ได้ นอกจากนี้ยังมีทำการทูตอื่นๆ เช่น การค้าขายกับฝ่ายอื่นๆ การทำพันธมิตร การทำสัญญาข้ามดินแดน เป็นต้น
การทำการทูตสามารถทำได้สองหัวข้อคือ Negotiate และ Quick deal
-Negotiate คือการการทูตแบบเลือกเป้าหมายโดยผู้เล่นจะเป็นคนเลือกหัวข้อและเป้าหมายในการทำการทูตเอง
-Quick deal คือการทำการทูตแบบรวดเร็วโดยจะขึ้นมาเป็นหัวข้อต่างๆที่เราสามารถทำกับฝ่ายอื่นๆได้ในตอนนี้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไล่ดูทีละฝ่าย
1.จะแสดงถึงฝ่ายทั้งของผู้เล่นและฝ่ายอื่นๆที่กำลังทำการทูตอยู่ในตอนนี้
1.1. Alliance = แสดงฝ่ายที่กำลังเป็นพันธมิตร
1.2. Alliance war = แสดงฝ่ายที่กำลังเป็นทำสงครามกับพันธมิตร
1.3. Vassal= แสดงฝ่ายที่เป็นเมืองขึ้น
1.4. Trade partners = แสดงฝ่ายที่กำลังทำการค้าขายกันอยู่
1.5. Declare war = แสดงฝ่ายที่กำลังประกาศสงครามกับฝ่ายเรา
2.ในหน้าต่างนี้จะแสดงฝ่ายที่ผู้เล่นต้องการทำการทูต นอกจากนี้หน้าต่างนี้ยังแสดงถึง Attitude(ความสัมพันธ์)กับผู้เล่นและข้อตกลทางการทูตที่เราทำไว้กับฝ่ายนั้นๆด้วยการกด Negotiate(ต่อรอง)ด้วย
Attitude แสดงความพึงพอใจต่อฝ่ายเรายิ่งค่านี้มีเยอะเท่าไหร่จะช่วยให้ผู้เล่นทำการทูตได้ง่ายขึ้น
+การเพิ่มความสัมพันธ์สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การส่งเงิน การเสบียง การส่งอาวุธ การแต่งงานระหว่างสองฝ่าย การใช้ความสามารถของสภาคุณนางเพิ่มความสัมพันธ์ การทำสนธิสัญญาต่างๆการค้า การทำสัญญาไม่รุกรานกัน การเป็นพันธมิตรเป็นต้น เป็นต้น
-การลดความสัมพันธ์ เช่น การทำสงครามกัน ฉีกสัญญาทางการทูตต่างๆ เช่น การค้า การไม่รุกรานกัน การเป็นพันธมิตร(ซึ่งจะต้องรออย่างน้อย 10 ตาถึงจะประกาศศึกใส่ฝ่ายนั้นๆได้หากประกาศศึกเลยจะทำให้ผู้เล่น -ติดลบทางการทูต) การเดินข้ามดินแดนโดยไม่ขออนุญาต การปล้นดินแดน(ฝ่ายโจร) การประหารตัวละครที่ฝ่ายนั้นๆมีความสัมพันธ์ด้วย เป็นต้น
3.แสดงถึงสิ่งที่เราสามาถทำในการทูตได้แบ่งออกเป็นดังนี้
3.1.War = หมวดการประกาศสงคราม
3.2.Peace = หมวดการขอสงบศึก
3.3 Trade and Marriage = หมวดการค้าและการแต่งงาน
3.4.Vassals = หมวดเมืองขึ้น
3.5.Alliances = หมวดการทำพันธมิตร
3.6.Diplomatic Treaties = หมวดความสัมพันธ์ทางการทูต
3.7.War co-ordination = หมวดการช่วยทำสงคราม
-เมื่อผู้เล่นเสนอข้อตกลงต่างๆตัวเกมจะแสดงถึงโอกาศที่อีกฝั่งจะตอบรับข้อเสนอของเราในช่องนี้ให้เป็นเลขศูนย์(หรือถ้ามากว่า 1 ขึ้นไปจะช่วยเพิ่มค่าความสัมพันธ์) โดยการทูตผู้เล่นสามารถเสนอข้อต่อรองอื่นๆเพื่อให้การทูตประสบความสำเร็จมากขึ้นอย่าง การมอบเสบียง เงิน อาวุธ ดินแดน และอื่นๆให้กับฝ่ายที่ขาดแคลน
นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถกดที่ Make this work เพื่อแสดงเงื่อนไขที่อีกฝั่งจะยอมรับข้อเสนอของเราแบบแน่นอน(แต่บอทมักจะชอบต่อรองเวอร์ๆทำให้เราเสียเปรียบบ่อยๆ)
ส่วนปัจจัยอื่นๆก็จะเป็น ความพึงพอใจต่อผู้เล่น เช่น เป็นฝ่ายฮั่นเหมือนกันทำให้ทำการทูตง่ายขึ้น ฝ่ายเรามีกองทัพมากกว่าอีกฝ่าย มีอำนาจหรือยศมากว่าเป็นต้น
เมื่อกด Propose deal จะเป็นการตกลงทางการทูต
รายละเอียดอื่นๆ
แสดงระบบฝ่าย เงิน จำนวนเมืองที่ฝ่ายนั้นครอบครอง ความสัมพันธ์ต่อฝ่ายเรา
-แสดงถึงอุปนิสัยของอีกฝ่าย ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ ขี้ขลาด ภักดี มีเกียรติ ยอมเป็นเบื้ยล่าง ซึ่งสามารถใช้สิ่งเหล่านี้ในการตัดสินใจทำการทูตได้(แต่บางครั้งตัวเกมก็สุ่มนิสัยทางการทูตรจดูขัดแย้งกันเอง) อย่างในภาพ โจโฉเป็นพวกจอมบงการ (Opportunistic manipulator)ซึ่งก็มีนิสัยย่อยๆเพิ่มเติมคือ
Paranoid(หวาดระแวง) = ไม่ชอบทำการทูตกับฝ่ายที่มีความน่าเชื่อถือต่ำและเห็นฝ่ายที่มีอณาเขตมากว่าตนเองเป็นศัตรู
Cunning(เจ้าเล่ห์) = ชอบฉีกสัญญาเมื่อมิตรเสียเปรียบและหักหลังเพื่อมีอำนาจมากกว่า พร้อมเอาเปรียบทางด้านอณาเขตเสมอเมื่อมีโอกาศ
Diplomat(นักการทูต) = ชอบสันติและหลีกเลี่ยงสงคราม
Manipulator(จอมบงการ) = ชอบบงการความสัมพันธ์ของฝ่ายต่างๆ(ระบบฝ่ายของโจโฉ)
-แสดงถึงอำนาจของฝ่ายหรือภัยคุกคามอย่างในภาพ โจโฉมีอำนาจเป็นอันดับสองของเซฟนี้และมีอำนาจเท่ากับฝ่ายผม ซึ่งอาจจะทำให้การเจรจายากขึ้น
Faction group = แสดงถึงกลุ่มพันธมิตรของฝ่ายนั้นๆ ช่วยให้ผู้เล่นรู้ว่าฝ่ายไหนเป็นพันธมิตรหรือเมืองขึ้นกับฝ่ายไหนบ้าง
ตัวอย่างการทำการทูต
เช่น ในภาพแม้ว่าผมจะยื่นสัญญาสงบศึกให้กับฝ่ายโจโฉที่มีอำนาจน้อยกว่าฝ่ายผม แต่ฝ่ายโจโฉก็ยังเป็นฝ่ายที่มีอำนาจมากเป็นอันดับต้นๆของทุกฝ่ายอยู่ดีทำให้ฝ่ายโจโฉไม่ยอมทำแน่นอนผมจึงยื่นข้อเสนอต่างๆโดยจะให้เสบียง อาวุธและเงินจำนวนนึงซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้โจโฉยอมรับข้อเสนอและผมยังยื่นข้อเสนอค้าขายได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเหล่าพันธมิตรของผมก็ไม่ชอบที่จะสงบศึกกับฝ่ายโจโฉตอนนี้และหากทำพวกเขาจะเกลียดฝ่ายของผมมากขึ้นเป็นต้น ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าจะวางแผนและรับมือกับสถาการณ์ในตอนนั้นอย่างไร
-Quick deal
จะเป็นการทำการทูตอย่างรวดเร็วโดยจะแตกต่างจากทำการทูตแบบปรกติ เมื่อกดที่หน้า quick deal จะแสดงหัวข้อการทูตที่ผู้เล่นสามารถทำได้ทันที เช่น ถ้าต้องการค้าขายกับฝ่ายอื่นๆเมื่อกดหัวข้อ trade จะเป็นการแสดงฝ่ายที่สามารถทำการค้ากับเราได้ในทัน ช่วยไม่ให้เราต้องเสียเวลากดดูทุกฝ่ายว่าพร้อมค้าขายกับเราหรือเปล่า
อินเตอร์เฟสตัวละคร
เมื่อเรานำเมาส์ไปคลิ้กขวาที่ตัวละครจะนำไปสู่หน้าต่างอินเตอร์เฟสของตัวละครนั้้นๆซึ่งจะแสดงทั้งอาวุธ นิสัย ความสามารถของตัวละคร โดยแบ่งเป็นดังนี้
1.Weapons(อาวุธที่ตัวละครสวมใส่) = ทุกตัวละครจะมีอาวุธที่สวมใส่ได้ไม่เหมือนกันและแต่ละอาวุธก็จะมีบัพที่แตกต่างกันออกไปจึงควรใส่ให้เหมาะกับตัวละครนั้นๆ โดยจะมีความสามารถในการเพิ่มพลังโจมตี พลังชาจ การหลบหลีกให้ตัวละครที่สวมใส่
2.Armour(เกราะของตัวละคร) = ทุกตัวละครจะมีเกราะที่สวมใส่ไม่เหมือนกันซึ่งจะแตกต่างจากอาุธตรงที่ชุดเกราะระดับตำนานส่วนใหญ่จะเป็นของตัวละครนั้นๆไม่สามารถถอดได้ ซึ่งต่างจากอาวุธระดับตำนานที่สามารถถอดเปลี่ยนได้
3.Mounts(สัตว์ขี่) = ทุกตัวละครจะมีสัตว์ขี่สวมใส่อยู่โดยแบ่งเป็นสองประเภทคือม้าและช้าง ม้าจะมีบัพของตัวเองไม่ต่างกับเกราะและอาวุธจึงควรใส่ให้เหมาะกับตัวละครนั้นๆ ช้างก็เช่นกันแต่มันจะเพิ่มพลังชีวิตให้ผู้สวมใส่แทนหากขี่ช้างจะไม่สามารถใช้สกิลของตัวละครนั้นๆได้ แต่จะมีสกิลของช้างมาให้แทน
4.Followers(ผู้ติดตามหรือผู้ช่วย) = ทุกตัวละครจะมีผู้ช่วยสวมใส่อยู่ผู้ติดตามจะให้บัพไม่ต่างกับเกราะและอาวุธ แต่จะมีบัพพิเศษอย่างเช่นการปลดล็อคค่ายกลต่างๆหรือบัพพิเศษเมื่อตัวละครนั่งในสภา จึงต้องใส่ให้เหมาะกับตัวละครนั้นๆ
5.Accessorise(อุปกรณ์เสริม) = ทุกตัวละครจะสวมใส่อุปกรณ์เสริมโดยจะมีบัพเป็นของตัวเองไม่ต่างกับสิ่งสวมใส่อันอื่นๆ แต่มันจะมีบัพพิเศษต่างๆ เช่น เพิ่มการฟื้นฟูกองทัพ เพิ่มรายได้เมื่อตัวละครนั่งในสภา ซึ่งอุปกรณ์เสริมจะรวมไปถึงธนูและหน้าไม้ด้วยซึ่งจะแยกมาจากอาวุธ ธนูจะดาเมจกลางๆแต่วิ่งไปยิงไปได้(อยู่บนหลัง
ม้า)หน้าไม้ดาเมจรุนแรงแต่ต้องหยุดยืนยิง
*ไอเทมทุกชิ้นในเกมจะมีเซทของมันอยู่หากใส่ครบเซทจะได้รับบัพพิเศษต่างๆ
6.Skills(สกิลของตัวละคร) = การอัพสกิลจะช่วยปลดล็อค status ให้กับแม่ทัพมากขึ้นและมีสกิลให้ใช้งานในการรบและในสภาเพิ่มมากขึ้นโดยสกิลจะแบ่งออกเป็นสามแบบ 1.สกิลที่ใช้ตำแหน่งสภาเพื่อใช้บัพเมืองหรือฝ่าย 2.สกิลที่ทำงานเมื่ออยู่ในกองทัพ เช่น บัพทหาร เพิ่มกระสุน เป็นต้น และ 3.สกิลที่ใช้ในสนามรบโดยจะแบ่งเป็นสองแบบคือสกิลที่พิเศษเฉพาะตัวละครสามสกิลซึ่งจะทำงานแบบ Active ต้องกดใช้งานและมี cool down เช่น สกิลสร้างความเสียเป็นวงกว้างของธาตุไฟหรือไม้ หรือ Passive ที่ต้องรอเวลาหรือเงื่อนไขในสนามรบก็ได้ เช่น สกิลเพิ่มคูลดาว์ต่างๆหรือบัพตามชัยภูมิต่างๆ
7.Military(การจ้างทหารของตัวละคร) = ประเภทยูนิตที่แม่ทัพสามารถสร้างได้โดยจะขึ้นอยู่กับฝ่ายและธาตุของแม่ทัพ
8.Relations(ความสัมพันธ์ของตัวละคร) = ทุกตัวละครจะมีความสัมพันธ์กันอยู่ถ้าความสัมพันธ์ดีตัวละครทั้งสองตัวจะมีบัพพิเศษให้กันและกัน แต่ถ้าตัวละครผิดใจกันไม่ว่าจะนิสัยหรือเหตุใดก็ตามตัวละครสองตัวนั้นจะไม่มีบัพให้กันและกัน นอกจากนี้ความสัมพันธ์พวกนี้จะแสดงถึงตัวละครนอกฝ่ายๆตัวอื่นๆด้วย(ดูได้จากเครื่องหมายติ๊กถูกและผิด)หากตัวละครมีความสัมพันธ์ที่ดีเราจะสามารถจับพวกเขาเข้าฝ่ายง่ายขึ้นหรือทำการทูตง่ายขึ้น หากความสัมพันธ์ไม่ดีไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเราก็แทบจะไม่มีวันจับพวกเขาได้หรือทำการทูตไม่ได้เลย
9.Traits(นิสัย) = นิสัยของทุกตัวละครจะมีสามอันตั้งแต่เริ่มเกมซึ่งมันจะเป็นบัพและดีบัพให้ตัวละครของเรา เมื่อระยะเวลาในเกมผ่ายไปนิสัยของตัวละครจะเพิ่มขึ่นๆเรื่อย(อย่างในภาพที่อ้วนเสี้ยวของผมมีนิสัยไป 6 อันแล้ว)โดยส่วนใหญ่จะเพิ่มจากอีเว้นต่างๆให้เราเลือกหรือจากการรบต่างๆ ซึ่งเราสามารถใช้นิสัยในการตัดสินใจเลือกตัวละครเข้าฝ่ายเราอีกด้วยครับถ้าตัวละครนิสัยแย่ เช่น เป็นพวกคอรับชั่น บ้าอำนาจ ให้มองข้ามไปดีกว่า
10.คราสหรือธาตุ = ในภาคนี้จะเพิ่มระบบธาตุเข้ามาซึ่งอย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้นว่าธาตุหรือคราสของตัวละครจะเป็นตัวแบ่งหน้าที่และยูนิตของตัวละครตัวนั้นๆ หากใช้ยูนิตตรงกับธาตุจะได้รับบัพพิเศษ เช่น พลหอกสีเขียวกับแม่ทัพสีเขียว เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อนำเมาส์ไปชี้จะแสดงถึงบัพต่างๆเมื่อตัวละครไปนั่งในสภาหรือเป็นผู้นำฝ่ายอีกด้วย
11.status/ธาตุ ของตัวละคร = ถึงแม้ว่าธาตุหลักของตัวละครจะเป็นธาตุดินแต่ทุกตัวละครก็สามารถใช้ความสามารถธาตุทั้ง 5 ได้เช่นกันโดยค่าเหล่านี้จะเพิ่มจากการอัพสกิลและการใส่ไอเทมที่เพิ่มธาตุนั้นๆโดยแบ่งเป็นดังนี้
-ธาตุเหล็ก/สีเทา = ยิ่งค่านี้สูงจะลดค่าสิ่งก่อสร้างเมื่อส่งตัวละครไปบริหารพื้นที่/เพิ่มค่าหลบหลีกให้ตัวละครนั้นๆ
-ธาตุไม้/สีเขียว = ยิ่งค่านี้สูงจะเพิ่มการเติบโตของประชากรเมื่อส่งตัวละครไปบริหารพื้นที่/เพิ่มพลังชีวิตให้ตัวละครนั้นๆ
-ธาตุน้ำ/สีฟ้า = ยิ่งค่านี้สูงจะเพิ่มจำนวนกระสุนให้กับกองทหารตัวเองและเพิ่มเสบียงให้กับกองทัพให้ตัวละครนั้นๆ(Own army)
-ธาตุไฟ/สีแดง = ยิ่งค่านี้สูงจะลดค่าจ้างตัวละครในกองทัพของตนเอง/เพิ่มพลังโจมตีให้ตัวละครนั้นๆ
-ธาตุดิน/สีทอง = ยิ่งค่านี้สูงจะเพิ่มความพึงพอใจเมื่อตัวละครเป็นผู้นำฝ่ายหรือตำแหน่งใหญ่ในสภา(ดูได้ตรงหมวดสภา)/เพิ่มค่าขวัญกำลังใจให้กับทหารของกองทัพตนเอง
12.ระบบยศ/ตำแหน่ง = ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้นำฝ่ายผู้เล่นจะสามารถมอบยศ/ตำแหน่งให้ตัวละครเหล่านั้นได้ โดยตำแหน่งและยศต่างๆจะช่วยเพิ่ม status ต่างๆให้และความพึงพอใจให้กับแม่ทัพ อย่างไรก็ตามแม่ทัพที่ได้รับตำแหน่งจะมีค่า upkeep ที่สูงขึ้นไปด้วย
*Own retinue = ความสามารถทำเฉพาะกองทัพของตัวละครนั้นๆ
*Own army = ความสามารถทำงานทั้งกองทัพของตนเอง
*When comanding = ทำงานทั้งกองทัพเมื่อตัวละครตัวนั้นๆเป็นผู้นำกองทัพ*ต้องอยู่หน้าสุด*
-สีแดง ธาตุไฟ ตัวละครประเภทบุกทะลวง ทหารประจำสายของพวกเขาคือยูนิตม้าบุกทะลวงและม้าเกราะหนักต่างๆซึ่งมีความสามารถในการชาร์จศัตรูสูงมากทำให้พลดาบที่ไม่มีค่าต้านทหารม้าถูกฆ่าด้วยการชาร์จเพียงไม่กี่ครั้ง
+จุดเด่นความสามารถของพวกเขาจะเน้นไปที่พลังโจมตีที่รุนแรงและการลดขวัญทหารศัตรูเป็นหลัก
-จุดอ่อนของพวกเขามีค่าหลบหลีกและพลังชีวิตที่ไม่สูงมากจึงไม่เหมาะถ้านำไปดวลเพราะจะแพ้ธาตุไม้และเหล็กเปล่าๆ นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่สามารถปลดล็อค formation(ค่ายกล)ต่างๆให้กับกองทัพได้เลย
-สีเขียว ธาตุไม้ ตัวละครประเภทท้าดวลหรือแทงค์ ทหารประจำสายของพวกเขาคือทหารหอกพลง้าวและพลหอกโล่ต่างๆซึ่งเป็นยูนิตที่ใช้แก้ทางทหารม้าโดยเฉพาะ
+จุดเด่นความสามารถของพวกเขาเน้นพลังชีวิตที่มากกว่าตัวละครสายอื่นๆรวมถึงสกิลต่างๆยังใช้ในการดวลได้ดีอีกด้วยหรือจะนำไปสู้กับทหารศัตรูก็ได้
-จุดอ่อนของพวกเขาคือค่าหลบหลีกที่ต่ำมากๆถึงแม้จะมีพลังโจมตีและพลังชีวิตที่เยอะแต่พวกเขามักจะถูกขุนพลธาตุเหล็กที่มีค่าหลบหลีกสูงกว่ายืนยื้อจนสู้ไม่ไหว นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่สามารถปลดล็อค formation(ค่ายกล)ต่างๆให้กับกองทัพได้เลย
-สีเทา ธาตุเหล็ก ตัวละครประเภทป้องกันหรือผู้พิทักษิ์ ทหารประจำสายของพวกเขาคือพลดาบต่างๆซึ่งมีพลังโจมตีและค่าหลบหลีกสูงจึงสามารถฆ่าพลหอกได้รวดเร็ว
+จุดเด่นของพวกเขาคือความสามารถหลบหลีกที่สูงมากและมีสกิลที่ยิ่งดวลนานเท่าไหร่ค่าหลบหลีกและพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆรวมถึงมีสกิลที่ช่วยลดค่าหลบหลีกของศัตรูอีกด้วยจึงเป็นตัวละครที่ทั้งเก่งบุ๋นและบู๊
-จุดอ่อนคือพวกเขามีดาเมจที่ต่ำมากๆถึงแม้ค่าหลบหลีกจะสูงแต่การไม่มีสกิลดาเมจหนักๆอย่างธาตุไม้ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพลังโจมตีของตนเองซะส่วนใหญ่ ทำให้ถึงแม้จะหลบเก่งแต่ดาเมจทีทำมันน้อยเกินไปอาจจะถูกสกิลธาตุไม้บางสกิลตบก่อนที่พวกเขาจะได้หลบเสียอีก นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่สามารถปลดล็อค formation(ค่ายกล)ต่างๆให้กับกองทัพได้เลย
-สีฟ้า ธาตุน้ำ ตัวละครประเภทกุนซือ ทหารประจำสายของพวกเขาคือการสร้างยูนิตประเภทยิงไกลต่างๆเช่นหน้าไม้กล,หน้าไม้หรือเครื่องยิงหินและรถพ่นไฟ นอกจากนี้กุนซือยังสามารถเพิ่มกระสุนและดาเมจให้พลยิงไกลได้อีกด้วย
+จุดเด่นความสามารถกุนซือคือการปลดล็อค formation(ค่ายกล)ต่างๆให้กับกองทัพและการดีบัพศัตรูต่างๆทั้งลดค่าหลบหลีกเพิ่มคูลดาว์สกิลศัตรูหรือสกิลสายบัพอย่างเปิดแมพในการต่อสู้และบัพทหารและตัวละครอื่นๆ
-จุดอ่อนของพวกเขาคือไม่มีสกิลหรือ status ในการต่อสู้เลยหากตัวละครธาตุไฟหรือไม้ถึงตัวเมื่อไหร่เตรียมตัวตายได้เลย
-สีทอง ธาตุดิน ตัวละครประเภทบัญชาการรบ ทหารประจำสายของพวกเขาคือการจ้างทหารม้าโล่ที่มีพลังป้องกันสูงและยืนสู้ได้นานต่างจากม้าบุกทะลวงที่ยืนสู้ไม่เก่งนัก
+จุดเด่นความสามารถคือการปลดล็อค formation(ค่ายกล)ต่างๆให้กับกองทัพและสกิลบัพทหารต่างๆทำให้ทหารแตกทัพยากขึ้น
-จุดอ่อนไม่ต่างจากกุนซือพวกเขาไม่มีสกิลเกี่ยวกับการต่อสู้เลยแต่อย่างน้อย status ดูดีกว่ากุนซือทำให้พวกเขาพอสู้ได้บ้าง
การต่อสู้ 1 การต่อสู้พื้นที่ราบ
เข้าสู้ phase 2 เมื่อนำตัวละครทั้งสองฝ่ายเข้าหากันจะเข้าสู่หน้าต่างการต่อสู้ดังภาพผู้เล่นสามารถตัดสินใจได้ว่าจะสู้หรือถอย หากถอยสองครั้งและศัตรูยังตามเราได้เราจะหนีไม่ได้
การต่อสู้พื้นที่ราบ
1.รายละเอียดก่อนเริ่มสู้
1.1. Fight night battle = เมื่อฝ่ายบุกเลือกติ้กโหมดสู้ตอนกลางคืนผู้เล่นและศัตรูจะไม่สามารถเรียกกำลังเสริมมาช่วยได้และลด ขวัญกำลังใจทหารอีกฝ่าย
1.2.Deployed = จำนวนกองทหารทีเข้าสู่การต่อสู้
-Reinfocing = จำนวนกำลังเสริม
-Predicted casualties = ความเสียหายต่อกองทัพเราและศัตรู
1.3. = คอมพิวเตอร์จะคำนวนโอกาศที่เราจะชนะขึ้นมาหากหลอดเส้นสีเขียวอยู่ฝ่ายเราเยอะเราสามารถกดออโต้ได้เลยครับ หากสีแดงอยู่ฝ่ายศัตรูเยอะเราจะมีโอกาศแพ้มากกว่าครับ
1.4.Start battle = เริ่มการต่อสู้
1.5.Delegate = ออโต้การต่อสู้อย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้นจาก 1.3 ครับ การกดออโต้ ai จะเข้ามาคุมกองทัพเองในบางครั้งการกดออโต้จะสร้างความเสียหายมากว่าปรกติ(บางครั้งก็งงๆเหมือนกันว่ามันออโต้อีท่าไหนให้ตายไป 7/10 พอเราคุมเองเสียไป 3/10 หรือ 5/10 ก็มีครับ-*-) สามารถดูจากหลอดได้เลยครับว่าควรกดออโต้ดีไหม
1.6.Retreat = สั่งให้กองทัพถอยทัพเมื่อสั่งถอยครบสองรอบแล้วกองทัพอีกฝั่งยังตามมาได้เราจะไม่สามารถถอยทัพได้ครับ
1.7.Quick save = เซฟด่วนสำหรับคนที่อยากจะกลับมาแก้ตัวเราสามารถกด quick save ก่อนได้ครับ แต่ถ้าเราแพ้ในเกมเราสามารถกด Rematch เพื่อสู้ใหม่ได้ครับ
1.8.Map view = เราสามารถกด Map view เพื่อเช็คแผนที่เพื่อวางแผนก่อนเรารบได้ครับ
การต่อสู้ 1.1 บัพชัยภูมิและ Status ยูนิต
Status ต่างๆและบัพตามชัยภูมิ
![tgvupf.jpg]](https://images.steamusercontent.com/ugc/1700657118867331669/8C17423E630C3FF1B95539E9F20BE38E6C68EC76/)
-รายละเอียด Status ทหาร
-Morale = ค่าขวัญกำลังใจค่านี้จะแสดงขวัญกำลังใจของยูนิต โดยค่านี้จะลดลงเมื่อยูนิตพลังชีวิตลดลงหรือถูกยูนิตศัตรูล้อมหลายด้าน หากค่านี้ลดจนหมดยูนิตจะเข้าสู่การแตกทัพ(สังเกตุจากธงที่กระพริบถ้าธงหายกระพริบกองทัพจะยังกลับเข้าสู่สนามรบได้) หากแม่ทัพตายหรือเริ่มมียูนิตบางส่วนหนีทัพจะทำให้ยูนิตทั้งหมดขวัญกำลังใจลดลงอย่างมาก(ยกเว้นตัวละครที่มีสกิลไม่ลดขวัญกำลังใจเมื่อแม่ทัพตายหรือสกิลไม่มีวันแตกทัพ) วิธีเพิ่มขวัญกำลังใจพยายามรักษาชีวิตแม่ทัพมี ประคองขวัญกำลังใจของยูนิตอื่นๆให้ไม่แตกทัพและหายูนิตบัพขวัญกำลังใจให้ยูนิตอื่นๆเป็นต้น
-Hit Points = พลังชีวิตของยูนิต(พลังชีวิตของยูนิตจะเปลี่ยนแปลงตามการตั้งค่า Unit size)
-Melee Charge Bonus = ค่าชาร์จ ค่านี้จะเพิ่มพลังโจมตีเมื่อชาร์จใส่ศัตรูค่านี้จะหายไปเมื่อชาร์จเสร็จ
-Melee Attack Rate = ความไวในการโจมตี ค่านี้ยิ่งเยอะยูนิตจะโจมตีไวขึ้นทำดาเมจได้เร็วขึ้น
-Melee Damage - Base = ค่าพลังโจมตีพื้นฐานยิ่งค่านี้สูงเปอร์เซ็นทำดาเมจกับยูนิตศัตรูมากขึ้น(ตีแรงขึ้น)(เฉพาะยูนิตระยะประชิด) โดยเมื่อนำยูนิตเข้าต่อสู่จะนำค่านี้ไปหักลบกับค่าต่างๆ เช่น ค่าหลบหลีก(Melee EvasionBase, Shield)และค่าเกราะ-โล่(Amour Base, Shield)
-Melee Damage - Amour-Piercing = ค่าเจาะเกราะ ค่านี้จะโจมตีโดยไม่สนพลังป้องกันดาเมจที่ทำจะเข้าพลังชีวิตโดยตรง แต่ค่าโล่และหลบหลีก(Melee Evasion - Base, Shield)สามารถป้องกันค่านี้ได้
-Melee Evasion - Base = ค่าหลบหลีก ยิ่งค่านี้สูงจะทำให้ยูนิตเพิ่มโอกาศหลบหลีกมากขึ้น(เพิ่มโอกาศให้ยูนิตไม่ได้รับดาเมจ)(เฉพาะระยะประชิด) ค่านี้จะถูกใชงานเมื่อกองทหารเข้าปะทะกันค่านี้จะทำงานแค่ด้านหน้าและด้านซ้ายและขวา ด้านหลังจะไม่ทำงาน
-Melee Evasion - Shield = ค่าหลบหลีก(เฉพาะตัวละครถือโล่) ยิ่งค่านี้สูงจะทำให้ยูนิตเพิ่มโอกาศหลบหลีกมากขึ้น(เพิ่มโอกาศให้ยูนิตไม่ได้รับดาเมจ)(เฉพาะระยะประชิด) ค่านี้จะทำงานเฉพาะด้านหน้า
-Amour - Base = ค่าเกราะพลังป้องกันพื้นฐาน ค่านี้จะช่วยลดความเสียหายต่างๆทั้งดาเมจระยะไกล ใกล้และระเบิด ค่านี้ไม่สามารถป้องกันการเจาะเกราะได้(Amour-Piercing)
-Amour - Shield = ค่าพลังป้องกัน(เฉพาะยูนิตถือโล่)ค่านี้จะช่วยลดความเสียหายต่างๆทั้งดาเมจระยะไกลและใกล้ (ทำงานเหมือนค่า Amour - Base)แต่จะป้องกันเฉพาะด้านหน้า ค่านี้ไม่สามารถป้องกันการเจาะเกราะได้(Amour-Piercing)
-Range Block Chance = ค่าป้องกันยูนิตระยะไกล ไม่ว่าจะถือโล่หรือไม่ถือยิ่งค่านี้สูงจะช่วยลดดาเมจที่ได้รับจากยูนิตระยะไกลทั้งดาเมจพื้นฐานและเจาะเกราะ(Range Damage - Base, Armour-Piercing) แต่ค่านี้ไม่สามารถป้องกันดาเมจจากเครื่องยิงหินได้
-Range Attack Rate = ความไวในการยิงของยูนิตระยะไกล ค่านี้สูงเท่าไหร่ยูนิตจะยิงเร็วขึ้น
-Range Damage - Base = พลังโจมตีของยูนิตระยะไกลค่านี้จะถูกนำไปหักลบกับค่าโล่และเกราะ(Amour - Base, Shield)
-Range Damage - Armour-Piercing = ค่าพลังโจมตีเจาะเกราะของยูนิตระยะไกลจะทำดาเมจตรงกับพลังชีวิตศัตรูโดยตรง แต่ Range Block Chance สามารถป้องกันค่านี้ได้
-Range = ระยะในการยิง
-Ammunition = จำนวนกระสุน
-Speed = ความเร็วของยูนิต

บัพพิเศษทหารทุกตัวจะมีบัพพิเศษต่างกันออกไปช่วยเพิ่มจุดเด่นและหน้าที่ของทหารตัวนั้นๆโดยสามารถนำเมาส์ไปชี้ไอคอนหรือ text เพื่อดูความสามารถได้ครับ
-บัพพิเศษของทหาร
-Unbreakable = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารพิเศษและทหารขั้นสูงๆ ไม่มีวันแตกทัพและสู้จนตัวตาย
-Immune to fatigue = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารม้าพิเศษ ทำให้ไม่มีวันเหนื่อย
-Resistant to fatigue = ทำให้เหนื่อยยากขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในแม่ทัพและทหารม้า
-Splash attack = ความสามารถส่วนใหญ่ของพลดาบยาว ทำให้ตีกระจายหรือตีหมู่ สร้างความเสียหายให้ยูนิตเป็นวงกว้าง
-Shield breaker= ความสามารถส่วนใหญ่ของยูนิตขวานต่างๆ ทำให้ยูนิตที่ถือโล่ต่างๆโดนดีบัพค่าหลบหลีกลง -65%
-Charge reflection vs. mounted = ต่อต้านทหารม้า ความสามารถส่วนใหญ่ของพลหอก การต่อต้านทหารในภาคนี้จะแตกต่างกับภาคอื่นๆโดยจะต้องให้ทหารอยู่นิ่งๆเป็นระยะเวลหนึ่งความสามารถนี้จึงจะทำงาน เมื่อทหารม้าชาร์จเข้ามาจะโดนสะท้อนดาเมจกลับไป ถ้าผู้เล่นนำพลหอกไปชาร์จใส่ม้าค่านี้จะไม่ทำงาน
-Scare = สร้างความหวาดกลัว ลดขวัญกำลังใจทหารรอบๆที่อยู่ในระยะ หากยูนิตมีค่าความหวาดกลัวเหมือนกันผลจะไม่ทำงาน
-Immune to Scare = ต่อต้านความหวาดกลัว
-Terror = ทำงานคล้ายค่าความหวาดกลัวแต่จะต่างที่ทหารที่อยู่ในระยะถ้าขวัญกำลังใจต่ำจะแตกทัพทันที
-Immune to Terror = ต่อต้านค่าขู่ขวัญ
-Disciplined = เมื่อแม่ทัพตายขวัญกำลังใจจะไม่ลด
-Resistant to heat = เหนื่อยยากขึ้นบนทะเลทราย
-Missile resistant = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารม้าถือโล่ ต่อต้านการยิงไกลลดความเสียหายจากยูนิตระยะไกล
-Charge negation = ลดความเสียหายจากชาจ
-Guerrilla deployment = วางนอกกรอบได้ ทำให้เราสามารถนำทหารไปซุ้มรอในแนวหลังของศัตรูได้
-Flaming shot= ยิงธนูไฟได้ ธนูไฟจะลดขวัญกำลังใจทหารลงและใช้ในการเผาหอรบ น้ำมัน ป่า และยูนิตที่แพ้ไฟจะโดนดาเมจมากขึ้น
-Poison shot= ยิงธนูพิษได้ ธนูพิษจะดีบัพ status ของทหารลงช่วยทำให้แนวหน้าของเราสู้ง่ายขึ้น
-Snipe = เมื่อยูนิตนี้ิงจากระยะไกลจะซ่อนตัวและไม่เปิดเผยตัว(จะเห็นแค่กระสุนมาจากทางไหนแต่ไม่เห็นยูนิต)
-Raider = เผาสิ่งก่อสร้างในฉากรวมถึงหอคอยหรือป้อมต่างๆในเมือง(ส่วนตัวรู้สึกเผาช้าไปหน่อยวิ่งเข้าไปยึดจะเร็วกว่า)
-Stalk = เมื่อเดินในสนามรบจะซ้อนตัว(จะไม่เห็นยูนิตตัวนั้นๆเลยจนกว่ามันจะโจมตีหรือเขาใกล้มากๆ)
-Ignore ground type = ส่วนใหฐ่อยู่ในทหารระดับสูงทำให้ไม่โดนดีบัพจาชัยภูมิและภูมิประเทศต่างๆ


ยูนิตในภาคนี้จะมีการแบ่งระดับเป็นสามประเภท light(เกราะเบา) medium(เกราะกลาง) heavy(เกราะหนัก) โดยจะมีบัพและดีบัพดังนี้ ตามโบนัสชัยภูมิและภูมิอากาศ ดังนี้
-ป่า เมื่อยูนิตเข้าป่าจะได้รับบัพกันธนูเพิ่มขึ้น +25% และจะโดนดีบัพตามขนาดเกราะ อย่างไรก็ตามแม้ว่าป่าจะสามารถใช้หลบธนูได้ดีแต่ป่าก็สามารถถูกเผาได้ซึ่งจะสร้างความเสียหายแบบเผาไหม้ไปเรื่อยๆ
เกราะเบา = ไม่โดนดีบัพ
เกราะกลาง = -10% ค่าค่าหลบหลีกและความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -10%ความเร็วและค่าหลบหลีก)
เกราะหนัก = -25% ค่าหลบหลีกและความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%ความเร็วและค่าหลบหลีก)
-แม่น้ำหรือหนองน้ำจะช่วยลดค่าชาจและความเร็วของยูนิตทำให้ทหารม้าที่เก่งในการชาจจะโดนผลกระทบเต็มๆ แม่น้ำจะมีดีบัพตามขนาดเกราะ
เกราะเบา = -25% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -10%)
เกราะกลาง = -50% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
เกราะหนัก = -50% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
-หิมะจะทำให้ยูนิตทุกประเภทความเร็วลดลงและทำให้ทหารเหนื่อยง่ายขึ้นเหมือนทะเลทรายและฝน
เกราะเบา = -50% ค่าหลบหลีกและ -25%ความเร็ว
เกราะกลาง = -15% ความเร็ว
เกราะหนัก = -15% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
-ทะเลทรายและฝนจะทำให้ทหารเหนื่อยง่ายขึ้น
-รายละเอียด Status ทหาร
-Morale = ค่าขวัญกำลังใจค่านี้จะแสดงขวัญกำลังใจของยูนิต โดยค่านี้จะลดลงเมื่อยูนิตพลังชีวิตลดลงหรือถูกยูนิตศัตรูล้อมหลายด้าน หากค่านี้ลดจนหมดยูนิตจะเข้าสู่การแตกทัพ(สังเกตุจากธงที่กระพริบถ้าธงหายกระพริบกองทัพจะยังกลับเข้าสู่สนามรบได้) หากแม่ทัพตายหรือเริ่มมียูนิตบางส่วนหนีทัพจะทำให้ยูนิตทั้งหมดขวัญกำลังใจลดลงอย่างมาก(ยกเว้นตัวละครที่มีสกิลไม่ลดขวัญกำลังใจเมื่อแม่ทัพตายหรือสกิลไม่มีวันแตกทัพ) วิธีเพิ่มขวัญกำลังใจพยายามรักษาชีวิตแม่ทัพมี ประคองขวัญกำลังใจของยูนิตอื่นๆให้ไม่แตกทัพและหายูนิตบัพขวัญกำลังใจให้ยูนิตอื่นๆเป็นต้น
-Hit Points = พลังชีวิตของยูนิต(พลังชีวิตของยูนิตจะเปลี่ยนแปลงตามการตั้งค่า Unit size)
-Melee Charge Bonus = ค่าชาร์จ ค่านี้จะเพิ่มพลังโจมตีเมื่อชาร์จใส่ศัตรูค่านี้จะหายไปเมื่อชาร์จเสร็จ
-Melee Attack Rate = ความไวในการโจมตี ค่านี้ยิ่งเยอะยูนิตจะโจมตีไวขึ้นทำดาเมจได้เร็วขึ้น
-Melee Damage - Base = ค่าพลังโจมตีพื้นฐานยิ่งค่านี้สูงเปอร์เซ็นทำดาเมจกับยูนิตศัตรูมากขึ้น(ตีแรงขึ้น)(เฉพาะยูนิตระยะประชิด) โดยเมื่อนำยูนิตเข้าต่อสู่จะนำค่านี้ไปหักลบกับค่าต่างๆ เช่น ค่าหลบหลีก(Melee EvasionBase, Shield)และค่าเกราะ-โล่(Amour Base, Shield)
-Melee Damage - Amour-Piercing = ค่าเจาะเกราะ ค่านี้จะโจมตีโดยไม่สนพลังป้องกันดาเมจที่ทำจะเข้าพลังชีวิตโดยตรง แต่ค่าโล่และหลบหลีก(Melee Evasion - Base, Shield)สามารถป้องกันค่านี้ได้
-Melee Evasion - Base = ค่าหลบหลีก ยิ่งค่านี้สูงจะทำให้ยูนิตเพิ่มโอกาศหลบหลีกมากขึ้น(เพิ่มโอกาศให้ยูนิตไม่ได้รับดาเมจ)(เฉพาะระยะประชิด) ค่านี้จะถูกใชงานเมื่อกองทหารเข้าปะทะกันค่านี้จะทำงานแค่ด้านหน้าและด้านซ้ายและขวา ด้านหลังจะไม่ทำงาน
-Melee Evasion - Shield = ค่าหลบหลีก(เฉพาะตัวละครถือโล่) ยิ่งค่านี้สูงจะทำให้ยูนิตเพิ่มโอกาศหลบหลีกมากขึ้น(เพิ่มโอกาศให้ยูนิตไม่ได้รับดาเมจ)(เฉพาะระยะประชิด) ค่านี้จะทำงานเฉพาะด้านหน้า
-Amour - Base = ค่าเกราะพลังป้องกันพื้นฐาน ค่านี้จะช่วยลดความเสียหายต่างๆทั้งดาเมจระยะไกล ใกล้และระเบิด ค่านี้ไม่สามารถป้องกันการเจาะเกราะได้(Amour-Piercing)
-Amour - Shield = ค่าพลังป้องกัน(เฉพาะยูนิตถือโล่)ค่านี้จะช่วยลดความเสียหายต่างๆทั้งดาเมจระยะไกลและใกล้ (ทำงานเหมือนค่า Amour - Base)แต่จะป้องกันเฉพาะด้านหน้า ค่านี้ไม่สามารถป้องกันการเจาะเกราะได้(Amour-Piercing)
-Range Block Chance = ค่าป้องกันยูนิตระยะไกล ไม่ว่าจะถือโล่หรือไม่ถือยิ่งค่านี้สูงจะช่วยลดดาเมจที่ได้รับจากยูนิตระยะไกลทั้งดาเมจพื้นฐานและเจาะเกราะ(Range Damage - Base, Armour-Piercing) แต่ค่านี้ไม่สามารถป้องกันดาเมจจากเครื่องยิงหินได้
-Range Attack Rate = ความไวในการยิงของยูนิตระยะไกล ค่านี้สูงเท่าไหร่ยูนิตจะยิงเร็วขึ้น
-Range Damage - Base = พลังโจมตีของยูนิตระยะไกลค่านี้จะถูกนำไปหักลบกับค่าโล่และเกราะ(Amour - Base, Shield)
-Range Damage - Armour-Piercing = ค่าพลังโจมตีเจาะเกราะของยูนิตระยะไกลจะทำดาเมจตรงกับพลังชีวิตศัตรูโดยตรง แต่ Range Block Chance สามารถป้องกันค่านี้ได้
-Range = ระยะในการยิง
-Ammunition = จำนวนกระสุน
-Speed = ความเร็วของยูนิต
บัพพิเศษทหารทุกตัวจะมีบัพพิเศษต่างกันออกไปช่วยเพิ่มจุดเด่นและหน้าที่ของทหารตัวนั้นๆโดยสามารถนำเมาส์ไปชี้ไอคอนหรือ text เพื่อดูความสามารถได้ครับ
-บัพพิเศษของทหาร
-Unbreakable = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารพิเศษและทหารขั้นสูงๆ ไม่มีวันแตกทัพและสู้จนตัวตาย
-Immune to fatigue = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารม้าพิเศษ ทำให้ไม่มีวันเหนื่อย
-Resistant to fatigue = ทำให้เหนื่อยยากขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในแม่ทัพและทหารม้า
-Splash attack = ความสามารถส่วนใหญ่ของพลดาบยาว ทำให้ตีกระจายหรือตีหมู่ สร้างความเสียหายให้ยูนิตเป็นวงกว้าง
-Shield breaker= ความสามารถส่วนใหญ่ของยูนิตขวานต่างๆ ทำให้ยูนิตที่ถือโล่ต่างๆโดนดีบัพค่าหลบหลีกลง -65%
-Charge reflection vs. mounted = ต่อต้านทหารม้า ความสามารถส่วนใหญ่ของพลหอก การต่อต้านทหารในภาคนี้จะแตกต่างกับภาคอื่นๆโดยจะต้องให้ทหารอยู่นิ่งๆเป็นระยะเวลหนึ่งความสามารถนี้จึงจะทำงาน เมื่อทหารม้าชาร์จเข้ามาจะโดนสะท้อนดาเมจกลับไป ถ้าผู้เล่นนำพลหอกไปชาร์จใส่ม้าค่านี้จะไม่ทำงาน
-Scare = สร้างความหวาดกลัว ลดขวัญกำลังใจทหารรอบๆที่อยู่ในระยะ หากยูนิตมีค่าความหวาดกลัวเหมือนกันผลจะไม่ทำงาน
-Immune to Scare = ต่อต้านความหวาดกลัว
-Terror = ทำงานคล้ายค่าความหวาดกลัวแต่จะต่างที่ทหารที่อยู่ในระยะถ้าขวัญกำลังใจต่ำจะแตกทัพทันที
-Immune to Terror = ต่อต้านค่าขู่ขวัญ
-Disciplined = เมื่อแม่ทัพตายขวัญกำลังใจจะไม่ลด
-Resistant to heat = เหนื่อยยากขึ้นบนทะเลทราย
-Missile resistant = ความสามารถส่วนใหญ่ของทหารม้าถือโล่ ต่อต้านการยิงไกลลดความเสียหายจากยูนิตระยะไกล
-Charge negation = ลดความเสียหายจากชาจ
-Guerrilla deployment = วางนอกกรอบได้ ทำให้เราสามารถนำทหารไปซุ้มรอในแนวหลังของศัตรูได้
-Flaming shot= ยิงธนูไฟได้ ธนูไฟจะลดขวัญกำลังใจทหารลงและใช้ในการเผาหอรบ น้ำมัน ป่า และยูนิตที่แพ้ไฟจะโดนดาเมจมากขึ้น
-Poison shot= ยิงธนูพิษได้ ธนูพิษจะดีบัพ status ของทหารลงช่วยทำให้แนวหน้าของเราสู้ง่ายขึ้น
-Snipe = เมื่อยูนิตนี้ิงจากระยะไกลจะซ่อนตัวและไม่เปิดเผยตัว(จะเห็นแค่กระสุนมาจากทางไหนแต่ไม่เห็นยูนิต)
-Raider = เผาสิ่งก่อสร้างในฉากรวมถึงหอคอยหรือป้อมต่างๆในเมือง(ส่วนตัวรู้สึกเผาช้าไปหน่อยวิ่งเข้าไปยึดจะเร็วกว่า)
-Stalk = เมื่อเดินในสนามรบจะซ้อนตัว(จะไม่เห็นยูนิตตัวนั้นๆเลยจนกว่ามันจะโจมตีหรือเขาใกล้มากๆ)
-Ignore ground type = ส่วนใหฐ่อยู่ในทหารระดับสูงทำให้ไม่โดนดีบัพจาชัยภูมิและภูมิประเทศต่างๆ
ยูนิตในภาคนี้จะมีการแบ่งระดับเป็นสามประเภท light(เกราะเบา) medium(เกราะกลาง) heavy(เกราะหนัก) โดยจะมีบัพและดีบัพดังนี้ ตามโบนัสชัยภูมิและภูมิอากาศ ดังนี้
-ป่า เมื่อยูนิตเข้าป่าจะได้รับบัพกันธนูเพิ่มขึ้น +25% และจะโดนดีบัพตามขนาดเกราะ อย่างไรก็ตามแม้ว่าป่าจะสามารถใช้หลบธนูได้ดีแต่ป่าก็สามารถถูกเผาได้ซึ่งจะสร้างความเสียหายแบบเผาไหม้ไปเรื่อยๆ
เกราะเบา = ไม่โดนดีบัพ
เกราะกลาง = -10% ค่าค่าหลบหลีกและความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -10%ความเร็วและค่าหลบหลีก)
เกราะหนัก = -25% ค่าหลบหลีกและความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%ความเร็วและค่าหลบหลีก)
-แม่น้ำหรือหนองน้ำจะช่วยลดค่าชาจและความเร็วของยูนิตทำให้ทหารม้าที่เก่งในการชาจจะโดนผลกระทบเต็มๆ แม่น้ำจะมีดีบัพตามขนาดเกราะ
เกราะเบา = -25% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -10%)
เกราะกลาง = -50% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
เกราะหนัก = -50% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
-หิมะจะทำให้ยูนิตทุกประเภทความเร็วลดลงและทำให้ทหารเหนื่อยง่ายขึ้นเหมือนทะเลทรายและฝน
เกราะเบา = -50% ค่าหลบหลีกและ -25%ความเร็ว
เกราะกลาง = -15% ความเร็ว
เกราะหนัก = -15% ความเร็ว(ทหารม้าจะโดนแค่ -25%)
-ทะเลทรายและฝนจะทำให้ทหารเหนื่อยง่ายขึ้น
การต่อสู้ 1.2 อินเตอร์เฟสในสนามรบ
-รายละเดียดต่างๆในสนามรบ
1.แผนที่แสดงภูมิประเทศนั้นๆ
2.Status ของแม่ทัพและยูนิต
3.คำสั่งและสกิลของแม่ทัพและยูนิต
1.คำสั่งต่างๆในสนามรบ
1.1.คำสั่งเร่งความเร็วยูนิตหรือแม่ทัพ
1.2.คำสั่งให้ทหารหรือแม่ทัพหยุดทุกการกระทำ เช่น ถ้าสั่งพลธนูพลธนูก็จะหยุดยิง ถ้ายูนิตเดินอยู่ก็จะหยุดเดิน
1.3.คำสั่งให้ยูนิตรวมกลุ่ม เช่น ผู้เล่นอาจจะตั้งกลุ่ม 1 เป็นทหารราบ กลุ่มที่ 2 เป็นพลธนูเป็นต้นทำให้ควบคุมกลุ่มยูนิตง่ายขึ้น
1.4.คำสั่งให้ยูนิตรักษากระบวน เมื่อเปิดคำสั่งนี้ยูนิตจะรักษากระบวนที่เราวางเอาไว้ไม่ว่ายูนิตศัตรูจะวิ่งเข้ามาใกล้หรือสู้ชนะยูนิตของเราก็จะไม่วิ่งตาม
หลักการทำงานปรกติถ้ายูนิต A และ B เข้าสู้กันเมื่อยูนิต B แพ้ยูนิต A จะวิ่งตามเสมอ เมื่อยูนิต B แพ้ ยูนิต A จะไม่ตามยูนิต B
หรือเมื่อใช้กับยูนิตยิงไกลยูนิตตัวนั้นก็ยิงเป้าหมายที่เราสั่งเอาไว้ไม่เปลี่ยนไปยิงยูนิตอื่น
1.5.คำสั่งให้ยูนิตยิงไกลเข้าสู่โหมดโจมตีระยะประชิด
1.6.คำสั่งให้ยูนิตลงจากม้า
1.7.คำสั่งให้แม่ทัพไม่รับการดวล
1.8.สกิลของแม่ทัพหรือยูนิต
1.9.ระบบดวลเป็นระบบใหม่ของภาคนี้ เมื่อใช้งานแม่ทัพทั้งสองฝ่ายจะเข้าดวลกันจนกว่าแม่ทัพฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแพ้หากเป็นแม่ทัพทั่วไปการแพ้จะทำให้แม่ทัพตาย ถ้าเป็นแม่ทัพในตำนานก็จะบาดเจ็บและรอให้หายบาดเจ็บ
1.10.คำสั่งให้ยูนิตยิงไกลถอยทันทีเมื่อยูนิตศัตรูเข้ามาใกล้
-เมื่อทำการรบเสร็จตัวเกมจะสรุปยอดผู้เสียชีวิตและแม่ทัพของอีกฝ่ายที่เราจับได้ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะปล่อยไปแลกกับเงิน(release) จ้างเข้ามาอยู่ฝ่ายเรา(employ) (บางครั้งแม่ทัพบางคนจะไม่ยอมง่ายๆต้องจับหลายๆครั้ง)หรือประหารชีวิตเพื่อแย่งไอเทม(execute) ส่วนตัวในการเล่นระดับยากขึ้นไปการประหารแม่ทัพจะเป็นผลดีเพราะทำให้อีกฝ่ายต้องเสียตัวละครเก่งๆไปแต่ต้องแลกกับการโดนตัวละครอื่นๆที่มีความสัมพันธ์กับตัวละครนั้นไม่ชอบหน้าเราแทน
การต่อสู้ 2 การตีเมือง
การตีเมืองจะมีหน้าต่างเหมือนการรบบนที่ราบ โดยจะมีตัวเลือกเพิ่มมาอีกสองอันคือการล้อมเมืองและการสร้าง
อุปกรณ์ตีเมืองต่างๆ
1.การล้อมเมืองจะเป็นการตัดเสบียงของเมืองทำให้ทหารของอีกฝ่ายอดอาหารแล้วตายลงเรื่อยๆ

2.กรณีที่เป็นเมืองใหญ่จะสามารถสร้างอุปกรณ์ตีเมืองได้โดยจะมี 3 อย่างคือ
2.1.อุปกรณ์กระทุ้งประตูเอาไว้ใช้ทำลายประตู
2.2.หอรบใช้เพื่อส่งทหารบนกำแพงโดยจะช่วยป้องกันธนูทำให้ลดการตายของทหารของเราก่อนถึงกำแพง(ยูนิตสามารถปืนกำแพงได้โดยกดที่ยูนิตแล้วคลิ๊กขวาที่กำแพง)
2.3.ขุดอุโมงทำลายกำแพงเมืองทำให้กำแพงเมืองอีกฝั่งพังทลายๆเป็นช่องๆทำให้ยูนิตไม่ต้องเสียเวลาข้ามกำแพง
เมืองจะมีป้อมตามจุดต่างๆผู้เล่นสามารถส่งยูนิตไปยึดป้อมเหล่านั้นได้หรือจะใช้เครื่องยึงหินทำลายได้เช่นกัน การตีเมืองนอกจากการฆ่ายูนิตอีกฝ่ายให้แตกทัพทั้งหมดผู้เล่นสามารถยึดจุดสำคํญต่างๆในเมืองเพื่อชนะได้เหมือนกัน
ข้อแนะนำการทำลายสิ่งก่อสร้างหรือเผาเมืองจะทำให้ยูนิตอีกฝ่ายติดดีบัพไปเรื่อยๆ

หลังจากชนะจะมีตัวเลือกขึ้นมาสามอย่างคือ 1.ยึดเมืองเป็นของเรา 2.ปล้นและยึดเมืองเพื่อให้ได้รับเงินแต่จะทำให้เมืองเสียหายและประชาชนในเมืองลดลง 3.ปล้นแต่ไม่ยึดเมือง
อุปกรณ์ตีเมืองต่างๆ
1.การล้อมเมืองจะเป็นการตัดเสบียงของเมืองทำให้ทหารของอีกฝ่ายอดอาหารแล้วตายลงเรื่อยๆ
2.กรณีที่เป็นเมืองใหญ่จะสามารถสร้างอุปกรณ์ตีเมืองได้โดยจะมี 3 อย่างคือ
2.1.อุปกรณ์กระทุ้งประตูเอาไว้ใช้ทำลายประตู
2.2.หอรบใช้เพื่อส่งทหารบนกำแพงโดยจะช่วยป้องกันธนูทำให้ลดการตายของทหารของเราก่อนถึงกำแพง(ยูนิตสามารถปืนกำแพงได้โดยกดที่ยูนิตแล้วคลิ๊กขวาที่กำแพง)
2.3.ขุดอุโมงทำลายกำแพงเมืองทำให้กำแพงเมืองอีกฝั่งพังทลายๆเป็นช่องๆทำให้ยูนิตไม่ต้องเสียเวลาข้ามกำแพง
เมืองจะมีป้อมตามจุดต่างๆผู้เล่นสามารถส่งยูนิตไปยึดป้อมเหล่านั้นได้หรือจะใช้เครื่องยึงหินทำลายได้เช่นกัน การตีเมืองนอกจากการฆ่ายูนิตอีกฝ่ายให้แตกทัพทั้งหมดผู้เล่นสามารถยึดจุดสำคํญต่างๆในเมืองเพื่อชนะได้เหมือนกัน
ข้อแนะนำการทำลายสิ่งก่อสร้างหรือเผาเมืองจะทำให้ยูนิตอีกฝ่ายติดดีบัพไปเรื่อยๆ
หลังจากชนะจะมีตัวเลือกขึ้นมาสามอย่างคือ 1.ยึดเมืองเป็นของเรา 2.ปล้นและยึดเมืองเพื่อให้ได้รับเงินแต่จะทำให้เมืองเสียหายและประชาชนในเมืองลดลง 3.ปล้นแต่ไม่ยึดเมือง
Dlc
เชื่อว่าผู้เล่นใหม่หลายๆคนที่พึ่งเริ่มเล่น Total war Three kingdom อาจจะสงสัย Dlc ต่างๆว่ามีคอนเท้นอะไรบ้าง โดย Dlc ในภาคนี้ผมจะขอแบ่งเป็นสองแบบก็คือ Faction pack ที่จะเป็นการเพิ่มฝ่ายใหม่ๆ เช่น Dlc ฝ่ายกบฎผ้าเหลืองและชนเผ่าม่านใต้ และ Chapter pack ที่จะเพิ่ม Time line ใหม่ๆให้และฝ่ายใหม่ๆให้กับตัวเกมอย่าง A World Betrayed ที่เพิ่มปี 194 CE และเพิ่มฝ่ายซุนเซ็กกับลิโป้ แถมยังเป็นช่วงที่เล่าปี่ได้ชีจิ๋วและเปิดศึกกับโจโฉเป็นต้น
ใน Page นี้จะเป็นการสรุปคอนเท้น Dlc ต่างๆ+รีวิวความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องความคุ้มค่าของคอนเท้นใน Dlc ต่างๆไล่ตามปีดังนี้
Yellow Turban Rebellion

-เป็น Dlc ที่เพิ่มฝ่ายใหม่อย่างกลุ่มโจรโผกผ้าเหลือง 3 ฝ่ายได้แก่ He Yi(โฮหงี) ที่จะยึดเมืองโดยไม่โดนดีบัพ Gong Dou(กงเต๋า) มี stance ปล้นได้เหมือนฝ่ายโจร และ Huang Shao(อุยเซียว) มีความสามารถเลื่อนยศได้เร็วกว่าฝ่าอื่นๆ โดยคอนเท้นใหม่ๆและสิ่งที่ต่างจากฝ่ายฮั่น อย่างแรกแม่ทัพฝ่ายผ้าเหลืองจะเป็นธาตุผสมซึ่งก็มีสกิลใหม่ๆประจำฝ่ายผ้าเหลืองเอง Reform แบบใหม่ ฝ่ายผ้าเหลืองมาพร้อมการวิจัยของตัวเองซึ่งจะแตกต่างจากฝ่ายอื่นๆ ยูนิตใหม่ ยูนิต Tire ต้นๆของฝ่ายผ้าเหลืองจะอ่อนแอมากๆทำให้ต้นเกมต้องใช้จำนวนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยูนติ Tire สูงมาช่วยแบกกองทัพ
-ความเห็นส่วนตัว 3/5
แม้ว่าคอนเท้นของ Yellow Turban Rebellion จะทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นความยากของกลุ่มผ้าเหลืองที่เล่นยากกว่าฝ่ายฮั่นซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบความท้าทายหรือเหล่ายูนิตและ Reform ใหม่ๆที่ต่างจากฝ่ายฮั่น อย่างไรก็ตามในความคิดเห็นของผม Dlc Yellow Turban Rebellion ยังไม่สมบูรณ์แบบด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น การที่ภาคนี้ขาดระบบศาสนาทำให้การปลุกกบฎชาวบ้านมาช่วยเหมือนภาค Shogun 2 ไม่ได้ทำให้เอกลักษณ์ของผ้าเหลืองหายไปและยูนิตส่วนใหญ่ของฝ่ายผ้าเหลืองก็ไม่ค่อยแตกต่างกับฝ่ายฮั่นนอกจาก Status ทำให้การ Battle ไม่ค่อยต่างกับฝ่ายฮั่นเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณสนใจในความท้าทายและความยากในการเล่นเป็นกลุ่มผ้าเหลืองในช่วงบั้นปลาย Dlc นี้ก็เหมาะกับคุณ

Reign of Blood
-เป็น Dlc ที่ช่วยเพิ่มเอฟเฟ็คเลือดและการขาดของอวัยวะต่างๆเข้ามาในเกม ซึ่ง Dlc เลือดในภาคนี้คุณจะสามารถปรับความจางและการกระจายของเลือดได้ ซึ่งจะต่างกับภาคเก่าๆที่ไม่มีฟังชั่นต์นี้

Eight Princes
-เป็น Dlc chater pack โดยจะเพิ่ม time line ในปี 291 ซึ่งเป็นช่วงที่สามก๊กจบลงและลูกหลานของสุมาอี้ปกครองแผ่นดินจีน ฝ่ายใหม่ประจำ Dlc จะเป็นเหล่าลูกหลานของสุมาอี้ 8 ฝ่ายซึ่งก็มาพร้อมระบบฝ่ายและยูนิตใหม่ๆเช่น ยูนิตเผ่าซงหนูหรือเซียนเป่ย เป็นต้น ระบบประจำ campaign alignments ซึ่งจะเป็นบัพพิเศษต่างๆโดยสามารถเพิ่มค่านี้จากเควส
โดยส่วนตัวแนะนำให้ข้าม Dlc นี้เพราะสำหรับ Dlc Eight prince หรือ 8 อ๋องนั้นเป็น Dlc ที่ออกแบบได้ไม่ดีเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นคอนเท้นภายใน Dlc ที่แทบจะยกเกมหลักมาปรับใช้จนไม่มีอะไรใหม่เลย โมเดลใหม่ที่มีแค่ผู้นำ 8 ฝ่าย ระบบฝ่ายส่วนใหญ่ที่ยกจาเกมหลักมาซะเกือบหมด ยูนิตใหม่ที่น้อยเกินไปและการขาดอีเว้นสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างการรุกรานของเผ่านอกด่านทำให้ Dlc จืดจางมากๆ

Mandate of Heaven
-เป็น Dlc chapter pack โดยจะเพิ่ม time line ใหม่ในปี 182 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มก่อการของกลุ่มกบฏผ้าเหลือง
คอนเท้นใหม่ๆประกอบไปด้วยฝ่ายผ้าเหลือง 3 ฝ่ายได้แก่สามพี่น้องสกุลเตียวและฝ่ายฮั่น 3 ฝ่ายคือ(โลติด) อาจารย์ของเล่าปี่ Liu Hong(พระเจ้าเลนเต้)และ Liu Chong(เล่าฉง)ที่สามารถเล่นได้ทั้งปี 182 และ 190 เพิ่มอีเว้นประจำ campaign อย่างการสู้กันระหว่างฝ่ายฮั่นและผ้าเหลืองจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายกันไปข้าง
ฝ่ายผ้าเหลืองระบบการเล่นไม่ต่างจากเดิม แต่พวกเขาได้รับการยกเครื่องใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบฝ่ายใหม่อย่าง Zeal ที่หารกันระหว่างฝ่ายสามพี่น้องซึ่งจะช่วยเพิ่มบัพให้กับฝ่ายของตน อย่าง Zhang Jue(เตียวก๊ก)ที่จะช่วยเพิ่มการฟื้นฟูยูนิตและรายได้จาการค้าในขณะที่ Zhang Bao (เตียวโป้)จะช่วยเพิ่มดาเมจให้กับยูนิต ลดขวัญกำลังใจศัตรูและเพิ่มรายได้จากอุตสาหรกรรมแทน นอกจากนี้ระบบ Zeal จะช่วยให้ฝ่ายผ้าเหลืองแพร่ Flavor หรือความศรัทธาในผ้าเหลืองไปยังพื้นที่ต่างๆเพื่อทำให้ชาวบ้านลุกฮือมาก่อกบฎได้อีกด้วย ส่วนฝ่ายฮั่นโลติดจะมีความสามารถในการใช้หนังสือต่างๆมาบัพฝ่ายตัวเองได้โดยหนังสือต่างๆจะมีเงื่อนไขในการปลดล็อคหนังสือใหม่ๆมาใช้งาน เล่าฉงจะมีความสามารถคล้ายกับโลติดที่จะปลกล็อคธงต่างๆมาช่วยบัพฝ่ายตัวเองและต้องทำเงื่อนไขต่างๆเพื่อปลดล็อคธงเพิ่ม แต่เล่าฉงจะมีบัพที่ช่วยเพิ่มค่าขวัญกำลังใจ เพิ่ม Exp เวลาสร้างของยูนิต และลดขวัญกำลใจของอีกฝั่ง และพระเจ้าเลนเต้จะมีค่าPolitical Influence จะช่วยเพิ่ม public order ให้กับฝ่ายและใช้ในการขอเมืองคืนจาก Vassal ได้ นอกจากนี้ฝ่ายพระเลนเต้จะมีระบบที่เหล่าคุณนางจะชิงอำนาจในสภาทำให้เราบาลานซ์การให้ตำแหน่งขุนนางระหว่างฝ่ายขุนศึก ฝ่ายราชวงศ์และฝ่ายขุนนางเพื่อไม่ให้เกิดดีบัพกับฝ่ายเรามากเกินไป การปลดขุนนางแย่ๆออกยังจำเป็นต้องใช้ Political Influence ในการไล่ขุนนางออก
นอกจากนี้ตัวละครใน Campaign หลักบางตัวก็สามารถเล่นใน time line นี้ได้อย่างเล่าปี่ที่จะเริ่มมาโดยไม่มีกวนอูและเตียวหุยหรือตั๋งโต๋ะที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว
-ความเห็นส่วนตัว 4/5
ข้อดีของ Dlc นี้ ถือเป็นการแก้ตัวจากความผิดพลาดใน Dlc เก่าๆที่เคยทำมาด้วยคอนเท้นใหม่ๆมากมาย ทั้งยูนิตใหม่ๆหรือระบบฝ่ายฮั่นของฝ่ายพระเจ้าเลนเต้ที่ทั้งสนุกและท้าทายหรือฝ่ายผ้าเหลืองที่ได้รับการยกเครื่องระบบใหม่ทั้งหมดต่างจาก Yellow Turban Rebellion มากๆ
ข้อเสียหลักๆของ Dlc นี้คือความยากด้วยความที่ทั้งฝ่ายฮั่นและกลุ่มกบฏโผกผ้าเหลืองจะถูกอีเว้นบังคับให้สู้กันตั้งแต่ต้นเกมทำให้การเล่นส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การรบมากกว่าการบริหาร แถมฝั่งผ้าเหลืองก็ยังเสียเปรียบเรื่องฝ่ายที่น้อยกว่า(และบอทที่ไม่ยอขยายดินแดน)ทำให้ช่วงต้นเกมเราจะถูกล้อมแทบทุกด้าน รวมถึงบัคต่างๆ(โดยส่วนตัวผมเล่นหลังจาก patch แก้บัคไปแล้วเลยไม่ทราบว่ายังมีบัคใน dlc มากน้อยแค่ไหน) อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบก็คือความงงๆของบอทอย่างฝ่ายฮั่นบางครั้งพระเจ้าเลนเต้ก็จะสงบศึกกับผ้าเหลืองแบบงงๆหรือเล่นเตียวก๊กแล้วน้องๆของเราไม่ยอมขยายดินแดนทำให้แต้มระบบของเราลดลงอย่างรวดเร็ว
(หลังจากนี้มีบาง Dlc ผมไม่ได้ซื้อเพราะเหตุผลต่างๆไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าของคอนเทนที่น้อยเกินไปหรือราคา Dlc ที่ราคาค่อนข้างสูง ทำให้ Dlc หลังจากนี้เลยจะไม่ใช่รีวิวแต่เป็นความเห็นต่อความคุ้มค่าใน Dlc ต่างๆ)
ใน Page นี้จะเป็นการสรุปคอนเท้น Dlc ต่างๆ+รีวิวความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องความคุ้มค่าของคอนเท้นใน Dlc ต่างๆไล่ตามปีดังนี้
Yellow Turban Rebellion
-เป็น Dlc ที่เพิ่มฝ่ายใหม่อย่างกลุ่มโจรโผกผ้าเหลือง 3 ฝ่ายได้แก่ He Yi(โฮหงี) ที่จะยึดเมืองโดยไม่โดนดีบัพ Gong Dou(กงเต๋า) มี stance ปล้นได้เหมือนฝ่ายโจร และ Huang Shao(อุยเซียว) มีความสามารถเลื่อนยศได้เร็วกว่าฝ่าอื่นๆ โดยคอนเท้นใหม่ๆและสิ่งที่ต่างจากฝ่ายฮั่น อย่างแรกแม่ทัพฝ่ายผ้าเหลืองจะเป็นธาตุผสมซึ่งก็มีสกิลใหม่ๆประจำฝ่ายผ้าเหลืองเอง Reform แบบใหม่ ฝ่ายผ้าเหลืองมาพร้อมการวิจัยของตัวเองซึ่งจะแตกต่างจากฝ่ายอื่นๆ ยูนิตใหม่ ยูนิต Tire ต้นๆของฝ่ายผ้าเหลืองจะอ่อนแอมากๆทำให้ต้นเกมต้องใช้จำนวนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยูนติ Tire สูงมาช่วยแบกกองทัพ
-ความเห็นส่วนตัว 3/5
แม้ว่าคอนเท้นของ Yellow Turban Rebellion จะทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นความยากของกลุ่มผ้าเหลืองที่เล่นยากกว่าฝ่ายฮั่นซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบความท้าทายหรือเหล่ายูนิตและ Reform ใหม่ๆที่ต่างจากฝ่ายฮั่น อย่างไรก็ตามในความคิดเห็นของผม Dlc Yellow Turban Rebellion ยังไม่สมบูรณ์แบบด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น การที่ภาคนี้ขาดระบบศาสนาทำให้การปลุกกบฎชาวบ้านมาช่วยเหมือนภาค Shogun 2 ไม่ได้ทำให้เอกลักษณ์ของผ้าเหลืองหายไปและยูนิตส่วนใหญ่ของฝ่ายผ้าเหลืองก็ไม่ค่อยแตกต่างกับฝ่ายฮั่นนอกจาก Status ทำให้การ Battle ไม่ค่อยต่างกับฝ่ายฮั่นเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณสนใจในความท้าทายและความยากในการเล่นเป็นกลุ่มผ้าเหลืองในช่วงบั้นปลาย Dlc นี้ก็เหมาะกับคุณ
Reign of Blood
-เป็น Dlc ที่ช่วยเพิ่มเอฟเฟ็คเลือดและการขาดของอวัยวะต่างๆเข้ามาในเกม ซึ่ง Dlc เลือดในภาคนี้คุณจะสามารถปรับความจางและการกระจายของเลือดได้ ซึ่งจะต่างกับภาคเก่าๆที่ไม่มีฟังชั่นต์นี้
Eight Princes
-เป็น Dlc chater pack โดยจะเพิ่ม time line ในปี 291 ซึ่งเป็นช่วงที่สามก๊กจบลงและลูกหลานของสุมาอี้ปกครองแผ่นดินจีน ฝ่ายใหม่ประจำ Dlc จะเป็นเหล่าลูกหลานของสุมาอี้ 8 ฝ่ายซึ่งก็มาพร้อมระบบฝ่ายและยูนิตใหม่ๆเช่น ยูนิตเผ่าซงหนูหรือเซียนเป่ย เป็นต้น ระบบประจำ campaign alignments ซึ่งจะเป็นบัพพิเศษต่างๆโดยสามารถเพิ่มค่านี้จากเควส
โดยส่วนตัวแนะนำให้ข้าม Dlc นี้เพราะสำหรับ Dlc Eight prince หรือ 8 อ๋องนั้นเป็น Dlc ที่ออกแบบได้ไม่ดีเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นคอนเท้นภายใน Dlc ที่แทบจะยกเกมหลักมาปรับใช้จนไม่มีอะไรใหม่เลย โมเดลใหม่ที่มีแค่ผู้นำ 8 ฝ่าย ระบบฝ่ายส่วนใหญ่ที่ยกจาเกมหลักมาซะเกือบหมด ยูนิตใหม่ที่น้อยเกินไปและการขาดอีเว้นสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างการรุกรานของเผ่านอกด่านทำให้ Dlc จืดจางมากๆ
Mandate of Heaven
-เป็น Dlc chapter pack โดยจะเพิ่ม time line ใหม่ในปี 182 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มก่อการของกลุ่มกบฏผ้าเหลือง
คอนเท้นใหม่ๆประกอบไปด้วยฝ่ายผ้าเหลือง 3 ฝ่ายได้แก่สามพี่น้องสกุลเตียวและฝ่ายฮั่น 3 ฝ่ายคือ(โลติด) อาจารย์ของเล่าปี่ Liu Hong(พระเจ้าเลนเต้)และ Liu Chong(เล่าฉง)ที่สามารถเล่นได้ทั้งปี 182 และ 190 เพิ่มอีเว้นประจำ campaign อย่างการสู้กันระหว่างฝ่ายฮั่นและผ้าเหลืองจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายกันไปข้าง
ฝ่ายผ้าเหลืองระบบการเล่นไม่ต่างจากเดิม แต่พวกเขาได้รับการยกเครื่องใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบฝ่ายใหม่อย่าง Zeal ที่หารกันระหว่างฝ่ายสามพี่น้องซึ่งจะช่วยเพิ่มบัพให้กับฝ่ายของตน อย่าง Zhang Jue(เตียวก๊ก)ที่จะช่วยเพิ่มการฟื้นฟูยูนิตและรายได้จาการค้าในขณะที่ Zhang Bao (เตียวโป้)จะช่วยเพิ่มดาเมจให้กับยูนิต ลดขวัญกำลังใจศัตรูและเพิ่มรายได้จากอุตสาหรกรรมแทน นอกจากนี้ระบบ Zeal จะช่วยให้ฝ่ายผ้าเหลืองแพร่ Flavor หรือความศรัทธาในผ้าเหลืองไปยังพื้นที่ต่างๆเพื่อทำให้ชาวบ้านลุกฮือมาก่อกบฎได้อีกด้วย ส่วนฝ่ายฮั่นโลติดจะมีความสามารถในการใช้หนังสือต่างๆมาบัพฝ่ายตัวเองได้โดยหนังสือต่างๆจะมีเงื่อนไขในการปลดล็อคหนังสือใหม่ๆมาใช้งาน เล่าฉงจะมีความสามารถคล้ายกับโลติดที่จะปลกล็อคธงต่างๆมาช่วยบัพฝ่ายตัวเองและต้องทำเงื่อนไขต่างๆเพื่อปลดล็อคธงเพิ่ม แต่เล่าฉงจะมีบัพที่ช่วยเพิ่มค่าขวัญกำลังใจ เพิ่ม Exp เวลาสร้างของยูนิต และลดขวัญกำลใจของอีกฝั่ง และพระเจ้าเลนเต้จะมีค่าPolitical Influence จะช่วยเพิ่ม public order ให้กับฝ่ายและใช้ในการขอเมืองคืนจาก Vassal ได้ นอกจากนี้ฝ่ายพระเลนเต้จะมีระบบที่เหล่าคุณนางจะชิงอำนาจในสภาทำให้เราบาลานซ์การให้ตำแหน่งขุนนางระหว่างฝ่ายขุนศึก ฝ่ายราชวงศ์และฝ่ายขุนนางเพื่อไม่ให้เกิดดีบัพกับฝ่ายเรามากเกินไป การปลดขุนนางแย่ๆออกยังจำเป็นต้องใช้ Political Influence ในการไล่ขุนนางออก
นอกจากนี้ตัวละครใน Campaign หลักบางตัวก็สามารถเล่นใน time line นี้ได้อย่างเล่าปี่ที่จะเริ่มมาโดยไม่มีกวนอูและเตียวหุยหรือตั๋งโต๋ะที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว
-ความเห็นส่วนตัว 4/5
ข้อดีของ Dlc นี้ ถือเป็นการแก้ตัวจากความผิดพลาดใน Dlc เก่าๆที่เคยทำมาด้วยคอนเท้นใหม่ๆมากมาย ทั้งยูนิตใหม่ๆหรือระบบฝ่ายฮั่นของฝ่ายพระเจ้าเลนเต้ที่ทั้งสนุกและท้าทายหรือฝ่ายผ้าเหลืองที่ได้รับการยกเครื่องระบบใหม่ทั้งหมดต่างจาก Yellow Turban Rebellion มากๆ
ข้อเสียหลักๆของ Dlc นี้คือความยากด้วยความที่ทั้งฝ่ายฮั่นและกลุ่มกบฏโผกผ้าเหลืองจะถูกอีเว้นบังคับให้สู้กันตั้งแต่ต้นเกมทำให้การเล่นส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การรบมากกว่าการบริหาร แถมฝั่งผ้าเหลืองก็ยังเสียเปรียบเรื่องฝ่ายที่น้อยกว่า(และบอทที่ไม่ยอขยายดินแดน)ทำให้ช่วงต้นเกมเราจะถูกล้อมแทบทุกด้าน รวมถึงบัคต่างๆ(โดยส่วนตัวผมเล่นหลังจาก patch แก้บัคไปแล้วเลยไม่ทราบว่ายังมีบัคใน dlc มากน้อยแค่ไหน) อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบก็คือความงงๆของบอทอย่างฝ่ายฮั่นบางครั้งพระเจ้าเลนเต้ก็จะสงบศึกกับผ้าเหลืองแบบงงๆหรือเล่นเตียวก๊กแล้วน้องๆของเราไม่ยอมขยายดินแดนทำให้แต้มระบบของเราลดลงอย่างรวดเร็ว
(หลังจากนี้มีบาง Dlc ผมไม่ได้ซื้อเพราะเหตุผลต่างๆไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าของคอนเทนที่น้อยเกินไปหรือราคา Dlc ที่ราคาค่อนข้างสูง ทำให้ Dlc หลังจากนี้เลยจะไม่ใช่รีวิวแต่เป็นความเห็นต่อความคุ้มค่าใน Dlc ต่างๆ)
Dlc 2
A World Betrayed
-เป็น Dlc chapter pack โดยจะเพิ่ม time line ใหม่ในปี 194 ซึ่งเป็นช่วงที่เหล่าขุนศึกเริ่มตั้งตัวเป็นใหญ่หลังตั๋งโต๊ะตาย ฝ่ายใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ Lu Bu(ลิโป้) และ Sun Ce(ซุนเซ็ก) โดยลิโป้จะมีปัญหาในเรื่องการปกครองอย่างมากจึงจำเป็นต้องพึ่งความสามารถประจำฝ่ายอย่าง Momentum ซึ่งช่วยเพิ่มค่าความพึงพอใจของตัวละครในฝ่ายให้ดีขึ้นและยังมีบัพอื่นๆอย่าง เดินทัพได้ไกลขึ้น เพิ่มการฟื้นฟูกองทัพและขวัญกำลังใจของยูนิต อีกระบบของลิโป้คือ Greatest warriors โดยจะเป็นเควสให้ลิโป้ไปสู้กับตัวละครที่กำหนดไว้หากชนะจะได้บัพตามเงื่อนไขที่ทำสำเร็จ นอกจากนี้ฝ่ายลิโป้ยังสามารถใช้ค่า Momentum ในการยึดเมืองหรือเพิ่มระยะการเดินทำหลังการรบได้อีกด้วย ส่วนฝ่ายซุนเซ็กจะมีระบบใหม่ Reckless luck ซึ่งจะเป็นค่าพิเศษที่ช่วยเพิ่มเสบียงประจำกองทัพ ระยะการเดินทัพและลด upkeep ของยูนิตแต่หากค่านี้หมดซุนเซ็กจะตายทันที อีกหนึ่งระบบคือ Legacy of Wu ซึ่งจะเหมือนของลิโป้แต่เปรียบจากสู้กับตัวละครเป็นยึดเมืองตามที่กำหนดหากทำสำเร็จก็จะได้บัพ Reckless luck และบัพตามเงื่อนไขของเควสเป็นรางวัล นอกจากนี้ตัวลครในแคมเปญหลักอย่างโจโฉ เล่าปี่ก็จะมีอาณาเขตและตัวละครเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 190
3.5/5 หลักๆแล้วก็เป็น dlc ที่ไม่คุ้มเท่าไหร่เหมาะสำหรับคนที่ชอบลิโป้และซุนเซ็กมากกว่า ส่วนระบบที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ลูกเล่นใหม่แต่ระบบก็ไม่ได้แปลกใหม่ขนาดนั้นส่วนยูยิตที่เพิ่มก็เล่นได้แค่ฝ่ายซุนเซ็กหรือลิโป้ ข้อดีคือหลายๆฝ่ายจะมีเมืองมากขี้นทำให้เล่นง่ายกว่าเดิม
The Furious Wild
-เป็น dlc Expansion Pack ซึ่งจะเพิ่มฝ่ายใหม่เผ่าม่านใต้ชนเผ่าที่อาศัยอยูทางใต้สามารถเล่นพวกเขาได้ในปี 190 และ 194(ต้องมี dlc A World Betrayed ถึวจะเล่นในปีนี้ได้) โดยฝ่ายใหม่ได้แก่ Meng Huo(เบ้งเฮก) King Shamoke(สะโมโข) Lady Zhurong(จงหยงฮูหยิน)และKing Mulu(บกลกไต้อ๋อง) แต่ละฝ่ายจะมาพร้อมกับความสามารถประจำฝ่ายที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองคอนเท้นใหม่ๆใน Dlc เพิ่มยูนิตใหม่มากกว่า 20 ตัวโดยยูนิตเด่นๆจะเป็นเหล่าสัตว์ป่าอย่างเสือและช้าง
คอนเท้นใหม่ๆใน dlc ฝ่ายม่านใต้มาพร้อมเงื่อนไขในการจบเกมโดยจำเป็นต้องรวมเผ่าม่านใต้ทั้ง 19 เผ่าให้เป็นหนึ่งเพื่อจบเกม ซึ่งการรวมเผ่าต่างๆผู้เล่นจะได้บัพพิเศษและสำหรับการรวม 6 เผ่าใหญ่ผู้เล่นจะได้รับยูนิตประจำเผ่านั้นๆมาใช้งานอีกด้วย สำหรับแม่ทัพฝ่ายม่านใต้มาพร้อมกับการไม่มีธาตุทำให้ผู้เล่นสามารถอัพสกิลธาตุได้ตามความต้องการของผู้เล่น(นอกจากนี้แม่ทัพฝ่ายม่านใต้สามารถถูกจับได้โดยฝ่ายอื่นๆแม้ว่าผู้เล่นจะไม่มี Dlc นี้ก็ตาม)และสกิลของแม่ทัพฝ่ายม่านใต้ยังมาพร้อมกับการทำเงื่อนไขเพื่อปลดล็อคอย่างเช่น การปลดสกิล fight night battle ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ตัวละครตัวนั้นดักซุ่มโจมตีสามครั้งเพื่อปลดล็อคสกิล ในด้านการรบฝ่ายม่านใต้จะได้รับบัพพิเศษเมื่อสู้อยู่ในป่าของดินแดนม่านใต้ ในส่วนการวิจัยฝ่ายม่านใต้มาพร้อมกับการวิจัยสองสายซึ่งผู้เล่นต้องเลือกสายใดสายหนึ่งระหว่างการวิจัยรับเทคโนโลยีจากฝ่ายฮั่นหรือวิจัยเพื่อยังคงเป็นม่านใต้ต่อไปซึ่งการวิจัยแต่ละสายจะให้บัพและการปลดล็อคสิ่งก่อสร้างที่แตกต่างกัน
ในส่วนความสามารถพิเศษเบ้งเฮกมาพร้อมความสามารถอย่าง King of the king เมื่อยึดม่านใต้ฝ่ายอื่นๆจะทำให้เบ้งเฮกได้รับบัพพิเศษชั่วคราวอย่างเพิ่มดาเมจ เพิ่มการฟื้นฟูกองทัพ เพิ่มรายได้ให้กับฝ่ายเป็นต้น บกลกไต้อ๋องมาพร้อมกับระบบ Pride & Ritual ระบบแรกจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดการสร้างและลดราคายูนิตสัตว์ ระบบสองจะเป็นการทำพิธีกรรมพิเศษเพื่อรับบัพและดีบัพให้ฝ่ายบกลกไต้อ๋อง เช่น พิธีกรรมที่จะช่วยให้ตัวละครและประชาชนในฝ่ายมีความสุขมากขึ้นแลกกับการสร้างสิ่งก่อสร้างนานขึ้นและแพงขึ้นแทน โดยการปลดล็อคพิธีกรรมใหม่ๆได้จากเควสต่างๆ ฝ่ายสะโมโขมีลูกเล่นอย่าง Unification Mandate ซึ่งจะเป็นการเลือกระหว่างการรวมเผ่าหรือให้พวกเขาเป็นเมืองขึ้นของผู้เล่นเพื่อรับบัพพิเศษที่แตกต่างกัน ฝ่ายสุดท้ายจงหยงมาพร้อมกับระบบ Goddess of Fire เก็บแต้มในการบูชาไฟเพื่อเพื่อรับบัพพิเศษตามฤดูกาลต่างๆ ซึ่งบัพพิเศษจะลดลงเรื่อยๆเมื่อบัพหมดจะทำให้เราติดดีบัพต่างๆชั่วคราวซึ่งผู้เล่นสามารถกดหยุดพิธีเพื่อยกเลิกบัพและดีบัพได้ (ซี่งระบบบูชาไฟนั้นจะกึ่งๆบังคับให้ทำพิธีตลอดเพราะเวลาแต้มเต็มจะทำให้เกิดดีบัพลดค่าความพึงพอใจในฝ่ายเรื่อยๆ ทำให้ฝ่ายผู้เล่นไม่สามารถเก็บแต้มพิเศษไว้ใช้ในอนาคตได้)
4/5
ข้อดีของ Dlc นี้ก็คือคอนเท้นใหม่ๆที่ต่างจากฝ่ายฮั่นไม่ว่าจะเป็นระบบรวมเผ่าเพื่อรับบัพต่างๆ ยูนิตสัตว์ที่เพิ่มความหลากหลายให้กับการรบมากขึ้น สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือระบบวิจัยซึ่งมีสองทางเลือกทำให้เราสามารถกลับมาเล่นใหม่ได้อย่างน้อยสามครั้งด้วยการเลือกวิจัยที่แตกต่างกัน นอกจากนี้การปั้นแม่ทัพม่านใต้ที่เราสามารถอับสกิลได้ตามใจชอบตามสถาการณ์ของเราสกิลที่เราอยากได้ในตอนนั้น ส่วนข้อเสียหลักๆของ Dlc นี้ถึงแม้ว่าม่านใต้จะมีความหลากหลายและแตกต่างจากฝ่ายฮั่น แต่กับม่านใต้ด้วยกันความแตกต่างถือว่าน้อยมากๆด้วยความที่เป้าหมายทุกฝ่ายของม่านใต้นั้นเหมือนๆกันคือการรวมเผ่าทำให้การเปลี่ยนฝ่ายเล่นจึงไม่ค่อยให้ความแตกต่างเท่าไหร่ทำให้การกลับมาเล่นซ้ำกลายเป็นเหตุการณ์เดิมๆ(ตั้งตัว-รวมเผ่า-ตีฝ่ายฮั่น) อีกอย่างก็ยูนิตของม่านใต้ที่ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่ทำการกลับมาเล่นซ้ำเลยน้อยลงไปอีก
The Fate Divided
-เพิ่ม time line ใหม่ในปี 200 และฝ่ายใหม่อย่างเล่าเอี๋ยนพ่อของเล่าเจี้ยงแห่งเสฉวน
คอนเท้นใหม่ๆจะเป็นฝ่ายอย่างเล่าเล่าเอี๋ยนซึ่งมาพร้อมกับความสามารถประจำฝ่ายอย่างการปั้นผู้สืบทอดให้ดีที่สุดเพื่อให้เสฉวนอยู่รอดต่อไป
โดยจะแบ่งระบบเป็นสองอันคือระบบแรก Aspiration การทำเควสพิเศษเพื่อทำให้เล่าเจี้ยงหรือทายาทของผู้เล่นได้รับบัพพิเศษต่างๆในฝ่ายเมื่อขึ้นเป็นผู้นำฝ่าย อย่างไรก็ตามหากทายาทของผู้เล่นขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายช้าจะทำให้ทายาทโดนดีบัพมหาศาลทำให้การทำเควสมีระยะเวลาที่จำกัด ส่วนระบบที่สอง Inheritance จะทำงานเมื่อทายาทขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายโดยจะเป็นการเลือกบัพพิเศษให้กับฝ่ายตัวเองในระยะเวลาหนึ่งซึ่งตัวเลือกบัพพเศษต่างๆก็จะปลดล็อคจากเควสในระบบ Aspiration จึงขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าเคลีย์เควสทั้งหมดเร็วแค่ไหนหรือจะเลือกทำแค่บางเควสและสละตำแหน่งผู้นำให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เล่าเจี้ยงโดนดีบัพ
สาเหตุที่ยังไม่ได้ซื้อก็มาจากคอนเท้นที่น้อยกว่า A World Betrayed ที่เพิ่มฝ่ายใหม่แค่ฝ่ายเดียว ส่วนในปี 200 แม้ว่าอาณาจักรส่วนใหญ่จะมีเขตแดนมากขึ้นซึ่งก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มเกมเพลย์มากขนาดนั้น ยังไม่นับความเผาของ Dlc ที่หลายๆฝ่ายไม่เควสหลักของตัวเองทำให้ความน่าซื้อของ Dlc ดูน้อยลงไปอีก
Dlc free
นอกจาก Dlc เสียเงินแล้วตัวเกมยังมาพร้อม Dlc free ซึ่งแถมมากับการอัพเดทในแต่ละแพทช์ ซึ่งสาเหตุที่แยกมาเป็น tire ฟรีเพราะ dlc free เป็นการอัพเดทฝ่ายใหม่ๆเข้ามาตามแพทช์ใหญ่ซึ่งมีคอนเท้นต่างจาก dlc ที่เสียเงินเลยลพการให้คะแนนไว้

โตเกี๋ยม
เป็นฝ่ายที่อัพเดทในช่วง Mandate of Heaven ระบบประจำฝ่ายจะมีลูกเล่นเกี่ยวกับการรับผู้อพยพเข้ามาในเมืองทำให้ได้รับโบนัสต่าง(ซึ่งผู้อพยพจะมีมากขึ้นจากการรบกันของฝ่ายต่างๆรอบของเรา)

เงียมแปะฮอ
เป็นฝ่ายโจรที่อัพเดทช่วง Dlc A World Betrayed เป็นฝ่ายโจรที่อยู่แดนใต้ซึ่งเหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองเล่นฝ่ายโจรอย่างมาก ระบบพิเศษจะเป็นการสร้างพันธมิตรกับฝ่ายต่างๆเพื่อรับโบนัสพิเศษ
![]()
ซือเซี่ย
เป็นฝ่ายที่อัพเดทช่วง Furious Wild เป็นฝ่าย Empire ที่อยู่แดนใต้ แต่ความยากอยู่ระดับ Hard เพราะซือเซี่ยมีดินแดนติดกับฝ่ายอื่นๆมากๆไม่ว่าจะม่านใต้หรือฝ่ายเวียดนามรวมถึงจะมีโจรสลัดมาปล้นฝ่ายเราอีกด้วย(และฝ่ายนี้ไม่มียูนิตพิเศษให้ใช้) ระบบพิเศษจะมีลูกเล่นเกี่ยวกับคนในตระกูลให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญในสภาเพื่อรับแต้มพิเศษไปแลกหีบสมบัติซึ่งเป็นไอเทมชั่วคราวไว้ใส่ให้ตัวละคร
โตเกี๋ยม
เป็นฝ่ายที่อัพเดทในช่วง Mandate of Heaven ระบบประจำฝ่ายจะมีลูกเล่นเกี่ยวกับการรับผู้อพยพเข้ามาในเมืองทำให้ได้รับโบนัสต่าง(ซึ่งผู้อพยพจะมีมากขึ้นจากการรบกันของฝ่ายต่างๆรอบของเรา)
เงียมแปะฮอ
เป็นฝ่ายโจรที่อัพเดทช่วง Dlc A World Betrayed เป็นฝ่ายโจรที่อยู่แดนใต้ซึ่งเหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองเล่นฝ่ายโจรอย่างมาก ระบบพิเศษจะเป็นการสร้างพันธมิตรกับฝ่ายต่างๆเพื่อรับโบนัสพิเศษ
ซือเซี่ย
เป็นฝ่ายที่อัพเดทช่วง Furious Wild เป็นฝ่าย Empire ที่อยู่แดนใต้ แต่ความยากอยู่ระดับ Hard เพราะซือเซี่ยมีดินแดนติดกับฝ่ายอื่นๆมากๆไม่ว่าจะม่านใต้หรือฝ่ายเวียดนามรวมถึงจะมีโจรสลัดมาปล้นฝ่ายเราอีกด้วย(และฝ่ายนี้ไม่มียูนิตพิเศษให้ใช้) ระบบพิเศษจะมีลูกเล่นเกี่ยวกับคนในตระกูลให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญในสภาเพื่อรับแต้มพิเศษไปแลกหีบสมบัติซึ่งเป็นไอเทมชั่วคราวไว้ใส่ให้ตัวละคร
This guide was created by its original author on the Steam Community. Are you the author and want it removed? Request removal.