แนะนำสกิลตัวละครใน Darkest Dungeon [ฉบับพื้นฐาน]

Darkest Dungeon®129 views4 favorites16 min readThaiby $-[[AIENDKAY]]-$Updated May 15, 2025View on Steam ↗

Stats และ Debuffs เบื้องต้น

ก่อนจะลงไปถึงข้อมูลของแต่ละตัวละคร มาลองทบทวนคำศัพท์ภายในเกมกันซักหน่อยดีกว่า
---------------------------------------------------------

Stats:

  1. DMG คือ ค่าพลังโจมตี
  2. CRIT คือ โอกาสในการตีติดคริ

2.1. Critical Hit คือ ความแรงในการติดคริ จะมีค่าเท่ากับ 150% ของดาเมจ

  1. Dodge คือ อัตราความสำเร็จในการหลบหลีกการโจมตี
  2. ACC คือ ความแม่นยำในการโจมตี
  3. PROT คือ ค่าพลังป้องกัน
  4. SPD คือ ความเร็วในการได้เทิร์น

---------------------------------------------------------

เอาล่ะทีนี้มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของStats กันอีกนิดนึงก่อนลงไปที่ตัวละคร

เมื่อเราทำการโจมตี เราจะสร้าง DMG ให้กับศัตรู โดยที่การโจมตีแต่ละครั้งจะมีโอกาสติดคริ หรือ CRIT นั่นเอง เอาล่ะทีนี้หลังจากโจมตีออกไปแล้ว เราจะมาวัดที่ 2 ค่าหลักด้วยกันซึ่งก็คือ:

  1. ACC หรือ ความแม่นยำในการโจมตีของเรา และ
  2. Dodge หรือ อัตราความสำเร็จในการหลบหลีกการโจมตี ของศัตรู

เอาล่ะ สมมุติว่า ACC เรามีเยอะกว่าค่า Dodge ของศัตรู ก็เท่ากับว่าเราโจมตีโดน ทีนี้มันยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเราตีโดนแล้ว เราจะต้องคำนวนค่า DMG ของเรา หักลบกับค่า PROT ของศัตรู จะเท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น

---------------------------------------------------------

**Blight และ Bleed คือสถานะที่จะสร้างความเสียหายต่อผู้ที่ติดแบบ Over time

**Shuffle คือการเคลื่อนย้ายศัตรูไปยืนอยู่ตำแหน่งอื่นแบบสุ่ม

**เมื่อเราตีติด Critical Hit ตัวละครตัวนั้นจะได้ลดความเครียด 3 หน่วยและมีโอกาส 25% ที่ตัวละครอื่นจะลดความเครียด 3 หน่วยเช่นกัน ในทางกลับกันถ้าเราโดนตีแบบ Critical Hit ความเครียดเราจะเพิ่ม 10 หน่วย และมีโอกาส 50% ที่เพื่อนในทีมจะเครียดไปด้วยอีก 5 หน่วย

**ในรายละเอียดตัวละคร สกิลโจมตีบางสกิลผมจะเขียนว่า CRIT เพิ่มขึ้น x% หมายความว่าสกิลนั้นมีโอกาสตีติดคริเพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าสกิลนั้นมันบัพคริให้เรา ถ้าสกิลไหนบัพคริผมจะเขียนว่าบัพเพิ่มคริ

---------------------------------------------------------

https://store.steampowered.com/app/262060/Darkest_Dungeon/

Crusader


Crusader คือหนึ่งในตัวละครสารพัดประโยชน์ที่ทำได้หลายอย่างแต่ก็ไม่เก่งซักอย่าง ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นตัวรับตีนแทนเพื่อนมากกว่า สกิลของพี่แกมีดังนี้:
---------------------------------------------------

Smite:

สกิลโจมตีแสนธรรมดาเพียงแค่ฟันดาบใส่ศัตรู

ข้อดี: ความแรง DMG เพิ่มขึ้น +15% หากโจมตีศัตรูประเภท Unholy

เงื่อนไข: -

Note: ถ้าไม่ได้เอาไปสู้กับพวก Unholy ก็ถอดไปเถอะสกิลนี้ กระจอกจัด

---------------------------------------------------

Zealous Accusation:

สกิลเดียวของพี่ Crusader ที่เป็นการโจมตีแบบหมู่ (AoE)

ข้อดี: โจมตีศัตรู 2 แถวหน้าได้พร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 40% / CRIT ลดลง 4%

Note: ถ้าอัพเป็นเลเวล 5 โอกาสติดคริจะไม่ลดลง แต่ DMG ก็ลด 40% เท่าเดิม กากพอกัน แต่ข้อดีก็คือมันเป็นสกิล AoE เอาไว้ปิดพวกกีกี้หรือไม่ก็เคลียศพได้ดีอยู่

---------------------------------------------------

Stunning Blow:

สกิลที่ใช้ดาบเคาะหัวกบาลศัตรูส่งผลให้ติด Stun

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: ถ้าอัพเป็นเลเวล 5 โอกาสติด Stun เพิ่มสูงถึง 140% base ก็ถือว่าใช้ได้

---------------------------------------------------

Bulwark of Faith:

สกิลบัพให้ตัวเอง ช่วยเพิ่มพลังป้องกันและล่อตีนศัตรูได้ดีมากขึ้น

ข้อดี: เพิ่มค่า PROT 20% และ Mark ตัวเราเอง (ตลอดจนจบการต่อสู้ ไม่ใช่แค่เทิร์นเดียว) ซึ่งจะทำให้พี่แกกลายเป็นแทงค์อย่างเต็มตัว นอกจากนั้นยังเพิ่มค่าคบเพลิง (Torch) ให้อีก 24 หน่วย

เงื่อนไข: ใช้ได้แค่ 1 ครั้งต่อ Battle

Note: สกิลหากินของพี่ Crusader เลย ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเรียกตีนให้เพื่อนแล้ว

---------------------------------------------------

Battle Heal:

ก็ไม่มีอะไรมากสกิลเพิ่มเลือดทั่วไป จะใช้กับตัวเองก็ได้หรือใช้ให้เพื่อนก็ได้

ข้อดี: เพิ่มเลือดให้ตัวเองและสมาชิกในทีมได้

เงื่อนไข: -

Note: สกิลมันไม่มีอะไรเลย ก็แค่ฮีลนั่นแหละและอาจจะไม่ได้เพิ่มเลือดเยอะเท่าตัวอื่น

---------------------------------------------------

Holy Lancel:

อีกหนึ่งสกิลโจมตีของพี่ Crusader ที่เอาไว้ใช้จัดการพวก Unholy

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 6.5% / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 15% หากโจมตีศัตรูประเภท Unholy / นอกจากนั้นยังมี Forward อีก 1 หมายความว่าถ้าพี่ Crusader โดนผลักไปด้านหลังจะสามารถใช้สกิลนี้เคลื่อนที่มาด้านหน้าได้พร้อมกับสร้างความเสียหายให้ศัตรูไปในเวลาเดียวกัน

เงื่อนไข: การใช้สกิลนี้ได้ ตัวละครต้องอยู่ตำแหน่ง (Position) 3 หรือ 4 เท่านั้น

Note: คือถ้าไม่ใช่โหมด PvP เราแทบจะไม่โดนผลักไปด้านหลังเลย น้อยมากจากประสบการณ์ผม เพราะงั้นโอกาสได้ใช้สกิลนี้มีค่อนข้างน้อยเลย ยกเว้นจะหาตัวละครอื่นมาทำคอมโบได้

---------------------------------------------------

Inspiring Cry:

สกิลปลุกกำลังใจช่วยลดความเครียดและเพิ่มค่าคบเพลิง

ข้อดี: ลดความเครียด (Stress) ลง 5 หน่วย ใช้กับตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีมก็ได้ / เพิ่มค่าคบเพลิง (Torch 5) หน่วย / และฮีล 1 (อันนี้แม่งเหมือนใส่มาเอาฮาเพราะขนาดเวล 5 แม่งยังฮีลแค่ 2 หน่วย)

เงื่อนไข: -

Note: ถ้าใช้คู่กับ Bulwark of Faith ส่วนใหญ่ก็จะเอาไว้ลดความเครียดกับฮีลให้ตัวเองนี่แหละ

Highwayman


Highwayman หรือจอมโจรสุดพริ้ว ที่ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีระยะใกล้หรือไกลก็ทำได้หมด มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Wicked Slice:

สกิลโจมตีทั่วไประยะใกล้

ข้อดี: ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 15% / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: -

Note: ก็สกิลโจมตีทั่วไปนี่แหละ ข้อดีคือบวกดาเมจให้ไม่ว่ากับศัตรูตัวไหนก็ตาม

---------------------------------------------------

Pistol Shot:

สกิลโจมตีทั่วไประยะไกล

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 7.5% / นอกจากนั้นถ้าศัตรูติดสถานะ Marked ยังเพิ่มความเสียหายได้อีก 25%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 15%

Note: เป็นสกิลที่ดีและแรงใช้ได้ โดนลดดาเมจแค่นิดเดียวแถมบวกคริเยอะด้วย

---------------------------------------------------

Point Blank Shot:

สกิลโจมตีทั่วไประยะไกล ต่างจาก Pistol Shot ตรงที่แรงกว่าแต่...ยิงได้แค่ตัวแรก

ข้อดี: แรงจัด ๆ แถมผลักศัตรูให้ถอยไปได้ 1 ตำแหน่ง

เงื่อนไข: เราจะต้องอยู่ตำแหน่งที่ 1 เท่านั้น / ทุกครั้งที่ใช้สกิล เราจะถูกผลักไปข้างหลัง 1 ตำแหน่ง

Note: การที่เราจะสามารถไปยืนอยู่ตำแหน่ง 1 ได้โดยไม่เสียเทิร์นฟรี จะมี 2 วิธี:

  1. ใช้สกิลนี้คู่กับสกิล Duelist's Advance ซึ่งจะเป็นการดันตัวเองขึ้นไปด้านหน้า
  2. ใช้ตัวละครตัวอื่นเข้ามาช่วย เช่น Shieldbreaker ที่จะดันตัวเองไปด้านหลังเมื่อใช้สกิล ซึ่งหากเราวางไว้ตำแหน่ง 1 และ Highwayman ตำแหน่ง 2 มันก็จะทำให้ Highwayman ขึ้นมาอยู่ตำแหน่ง 1 ได้นั่นเอง หมายความว่าต้องจัดคอมโบให้ดี ๆ
---------------------------------------------------

Grapeshot Blast:

สกิลหมู่ (AoE) ของพี่ Highwayman ที่จะสร้างความเสียหายให้ศัตรู 3 ตัวแรกพร้อมกัน

ข้อดี: ก็ไม่มีอะไร สกิลหมู่ทั่ว ๆ ไปที่เอาไว้ปิดพวกตัวเล็กตัวน้อย / สามารถแปะ Crits Received 4% ให้กับศัตรูได้ (ระยะเวลา 3 เทิร์น) ซึ่งจะช่วยให้การติดคริในการโจมตีรอบถัดไปแรงขึ้น

เงื่อนไข: ความเสียหายลดลง 50% / CRIT ลดลง 9%

Note: ถ้าดาเมจเราสูงพอสกิลนี้ก็คือว่าเอาไว้เคลียศพหรือเคลียพวกตัวน้อยได้ดี แถมยังแปะ Crits Received ได้อีกด้วย ทำให้เพื่อนที่มาโจมตีต่อจากเราสามารถสร้างความเสียหายได้แรงขึ้น

---------------------------------------------------

Tracking Shot:

สกิลบัพให้ตัวเองพร้อมกับเปิดตำแหน่งศัตรู

ข้อดี: ACC เพิ่ม 6 หน่วย / CRIT เพิ่มขึ้น 4% / และพลังโจมตีเพิ่ม 12% (มีผลจนกว่า Battle จะจบลง) นอกจากนั้นสกิลนี้ยังสามารถลบสถานะ Stealth ของศัตรูได้อีกด้วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 80%

Note: คิดซะว่าสกิลนี้มันคือสกิลบัพที่มีลบ Stealth และดาเมจอีกนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นของแถมก็พอ

---------------------------------------------------

Duelist's Advance:

สกิลโจมตี + แปะบัพให้ตัวเอง + เคลื่อนย้ายไปตำแหน่งด้านหน้า 1 ตำแหน่ง

ข้อดี: แปะสถานะ Riposte ให้ตัวเอง (เมื่อถูกโจมตีจะสามารถตีสวนได้ แต่ความแรงลดลง 40%)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 20%

Note: เป็นสกิลที่เอาไว้คอมโบกับ Point Blank Shot

---------------------------------------------------

Open Vein:

สกิลโจมตีเปิดแผลศัตรูส่งผลให้ติดสถานะเลือดไหล (Bleed)

ข้อดี: ทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดไหล 3 เทิร์น / ต้านทานสถานะเลือดออกลดลง 20% / ลด SPD 1 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 15%

Note: เอาไว้เล่นกับพวกทีมติดสถานะ นอกจากแปะ Bleed ได้ยังลด SPD ได้อีกด้วย

Vestal


สุดยอดแม่ชีที่เรียกว่าบู้ก็ได้ฮีลก็ดี มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Mace Bash:

สกิลโจมตีแสนธรรมดาเพียงแค่ใช้กระบองเคาะหัวศัตรู

ข้อดี: ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 15% หากโจมตีศัตรูประเภท Unholy

เงื่อนไข: -

Note: ถ้าไม่ได้เอาไปสู้กับพวก Unholy ก็ถอดไปเถอะสกิลนี้ กระจอกจัด

---------------------------------------------------

Judgement:

อีกหนึ่งสกิลโจมตีของแม่ชีที่นอกจากจะโจมตีใส่ศัตรูแล้วยังฮีลตัวเองได้อีกด้วย

ข้อดี: โจมตีศัตรูพร้อมฮีลเลือด 3 หน่วย / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 25%

Note: ฮีลอาจจะดูเบา แต่ถ้ามองว่า DMG ลดลงแค่ 25% ก็ถือว่าคุ้ม (ใช้คู่กับ Trinkets ดี ๆ ถือว่าแจ่มเลย)

---------------------------------------------------

Dazzling Light:

ใช้กระบองฟาดหัวศัตรูทำให้ติด Stun

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / บวกคบเพลิง (Torch) 6 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 70%

Note: ถ้าอัพเป็นเลเวล 5 โอกาสติด Stun เพิ่มสูงถึง 140% base ก็ถือว่าใช้ได้ และต่อให้สตั้นไม่ติดก็ยังช่วยเพิ่มคบเพลิงให้ 6 หน่วย เหมาะสำหรับบิ้วทีมที่ต้องการค่าคบเพลิงสูง ๆ

---------------------------------------------------

Divine Grace:

ไม่มีอะไรเลยสกิลฮีลทั่วไปนั่นแหละ

ข้อดี: ฮีลเพื่อนได้ 4-5 หน่วย ถือว่าเยอะมาก (เวล 5 ฮีลได้ 8-9 หน่วย)

เงื่อนไข: -

Note: ถึงมันจะไม่ได้เขียนบอกในเกม แต่สกิลฮีลก็สามารถติดคริได้เหมือนกันนะ ทำให้ฮีลได้แรงจัด ๆ เลย อย่างไรก็ตาม การติดคริของสกิลฮีลจะไม่เกี่ยวกับค่า CRIT เพราะคริฮีลมันจะมี % การติดแยกตายตัวเลย (สำหรับการฮีลแบบเดี่ยว โอกาสอยู่ที่ 12% และ 5% สำหรับการฮีลหมู่)

---------------------------------------------------

Divine Comfort:

เหมือนกับ Divine Grace แต่เปลี่ยนจากฮีลเดี่ยวเป็นฮีลหมู่

ข้อดี: ฮีลเพื่อนพร้อมกันทีเดียวได้

เงื่อนไข: ถึงแม้จะฮีลได้พร้อมกันหลายตัว แต่แลกมาด้วยหน่วยการฮีลที่ลดน้อยลง

Note: เช่นเดียวกับที่อธิบายไปในสกิล Divine Grace สกิล Divine Comfort ก็มีคริเหมือนกันโดยจะอยู่ที่ 5%

---------------------------------------------------

Illumination:

สกิล Debuff อันเดียวของแม่ชีแถมเปิดตำแหน่งศัตรูและเพิ่มค่าคบเพลิงได้ด้วย

ข้อดี: ลบสถานะ Stealth / เพิ่มคบเพลิง 5 หน่วย / ลดหลบหลีกศัตรูลง (dodge) 20 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: เป็น Debuff ที่ถือว่าไม่แย่เลยทีเดียว ใช้ 1 ได้ถึง 3 คุณประโยชน์ ต่อให้แปะใส่ศัตรูไม่ได้ก็ยังได้ค่าคบเพลิงเพิ่ม ไม่ถือว่าเสียเทิร์นไปฟรี ๆ เวลาที่ทีมเราเลือดเต็มไม่รู้จะฮีลใครก็ใช้สกิลนี้แหละ

---------------------------------------------------

Hand of Light:

สกิลคล้ายกับ Mace Bash เพียงแต่ลดความเสียหายลงเพื่อเพิ่มบัพให้ตัวเอง

ข้อดี: เพิ่ม ACC ให้ตัวเอง 6 หน่วย / เพิ่ม DMG ให้ตัวเอง 25% / หากโจมตีใส่ Unholy จะแรงขึ้น 15%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: ถ้าหากเอาไปตีพวก Unholy ก็ถือว่าความแรงลดลงแค่ 35% แถมได้บัพมาแบบจุก ๆ และถึงแม้จะไม่ได้เอาไปตี Unholy ก็ยังใส่สกิลนี้ได้อยู่เพราะสามารถบัพให้ตัวเองได้ ใครเล่นแม่ชีสายบู้ไม่ควรพลาด

Plague Doctor


Plague Doctor หมอกาฬโรคที่เน้นแปะดีบัพใส่ศัตรูแต่ก็บัพเพื่อนและฮีลได้นิดหน่อยเช่นกัน มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Noxious Blast:

สกิลแปะ Debuff ประเภท Blight ใส่ศัตรู

ข้อดี: แปะสถานะ Blight ใส่ศัตรู / ลด ACC ศัตรูลง 5 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 80%

Note: ก็นะ Plague Doctor มันไม่ค่อยเน้นตีเองอยู่แล้ว DMG จะลดเยอะก็ไม่แปลกและกับการแปะดีบัพ

---------------------------------------------------

Plague Grenade:

เหมือน Noxious Blast เป๊ะ ๆ แต่จะใช้กับศัตรูแถว 3 และ 4 (โจมตีแบบ AoE)

ข้อดี: แปะ Blight ใส่ศัตรูได้ 2 ตัวพร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 90% และ ไม่มีลด ACC เหมือน Noxious Blast

Note: อย่าไปสนความแรง DMG มาก เน้นแปะ Blight ให้ติดพอ (เผลอ ๆ แรงกว่าตีเองอีก)

---------------------------------------------------

Blinding Gas:

Stun ก็ทำได้นะโว้ยไอหมอบ้านี่เอากับมันสิ

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / สกิลเป็นแบบ AoE โดน 2 ตัวพร้อมกัน

เงื่อนไข: -

Note: มีสกิลนี้ไว้ก็อุ่นใจ ใครที่เจอศัตรูต้านทาน Blight เยอะ ๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าหมอจะหมดประโยชน์

---------------------------------------------------

Incision:

หลังจากเน้นแปะ Blight และ Stun ไปเยอะแล้ว Incision คือสกิลที่จะเปลี่ยนมาแปะ Bleed บ้าง

ข้อดี: แปะ Bleed ใส่ศัตรู / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: -

Note: สกิลนี้ถือว่าเป็นสกิลโจมตีได้ดีเช่นกัน นอกจาก CRIT จะเยอะแล้ว ยังไม่โดนลดดาเมจอีกด้วย

---------------------------------------------------

Battlefield Medicine:

ยังไงพี่แกก็เป็นหมออ่ะเนอะ สกิลนี้จึงสามารถฮีลได้ 1 หน่วย (พอเป็นพิธี) และแก้ดีบัพได้

ข้อดี: ฮีลได้ แก้ดีบัพ Blight และ Bleed พร้อมกันได้

เงื่อนไข: -

Note: ใน PvE ผมไม่ค่อยเจอศัตรูที่แปะบัพ Blight และ Bleed ได้พร้อมกันมากนัก แถมหลัง ๆ ตัวเราต้านทานบัพพวกนี้ได้ดีขึ้นด้วย สกิลนี้เลยอาจไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่ใน PvP นี่ได้ใช้อย่างบ่อยเลยเวลาเจอทีมสาดบัพ

---------------------------------------------------

Emboldening Vapours:

นอกจากแปะดีบัพใส่ศัตรูได้ Plague Doctor ก็บัพเพื่อนได้เหมือนกันเด้อ

ข้อดี: เพิ่ม DMG 20% / เพิ่ม SPD 3 หน่วย (บัพนี้จะอยู่จนกว่าจะจบ Battle และสามารถใช้ได้ถึง 2 ครั้ง)

เงื่อนไข: -

Note: ถือเป็นสกิลที่ดีมากเวลาเจอศัตรูที่ต้านดีบัพเยอะ เพราะเราสามารถเปลี่ยนมาเล่นสายบัพเพื่อนแทนได้

---------------------------------------------------

Disorienting Blast:

สกิล Debuff อันเดียวของแม่ชีแถมเปิดตำแหน่งศัตรูและเพิ่มค่าคบเพลิงได้ด้วย

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned และ Shuffle ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100% (หรือไม่มีดาเมจนั่นแหละ)

Note: การแปะ Shuffle นี่ถือว่าพลิกเกมได้เลยทีเดียวสำหรับ PvE ส่วน PvP อาจจะไม่ค่อยดีมากนักเนื่องจากมันสลับตำแหน่งแบบสุ่ม แถมทีมส่วนใหญ่บิ้วมาให้เล่นได้เกือบทุกตำแหน่ง

Leper


มันคือ Crusader เวอร์ชั่นอัพเกรด (มั้ง) ที่ไม่ต้องเอาไปซัดกับ Unholy เพียงอย่างเดียว มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Chop:

สกิลไม่มีอะไรเลยจ้า ฟันดาบใส่ศัตรูเฉย ๆ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 3% (ก็ถือว่าน้อยนะ)

เงื่อนไข: ACC เริ่มต้นแค่ 75 ถือว่าน้อยจัดเลย

Note: เอาไว้เล่นคู่กับสกิล Revenge ถ้าไม่ได้เล่นสายโจมตีก็ถอดทิ้งเถอะ

---------------------------------------------------

Hew:

กากพอ ๆ กับ Chop เลย ต่างกันตรงที่เปลี่ยนจากตีเดี่ยวเป็นตีหมู่ (AoE) แต่ดาเมจก็ลดลงเช่นกัน

ข้อดี: ตีศัตรูแถวหน้า 2 ตัวได้พร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50% / CRIT ลดลง 4% / ACC แค่ 75

Note: เอาไว้เล่นคู่กับสกิล Revenge ถ้าไม่ได้เล่นสายโจมตีก็ถอดทิ้งเถอะ

---------------------------------------------------

Purge:

สกิลผลักศัตรูไปด้านหลังทำให้เสียตำแหน่ง / เคลียศพ / บัพตัวเอง

ข้อดี: Knockback ศัตรูไป 3 ตำแหน่ง (จากหน้าสุดไปหลังสุด) / เคลียศพทั้งหมด / ACC เพิ่ม 5 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 40% / ใช้ได้แค่ตอนเราอยู่ตำแหน่ง 1 เท่านั้น

Note: เน้นทำให้ศัตรูเสียตำแหน่ง + บัพแม่นยำให้ตัวเอง ก็ถือว่าเป็นสกิลโอเคสกิลนึงเลย

---------------------------------------------------

Revenge:

สกิลที่จะเปลี่ยน Leper จากสายรับตีนเป็นสายโจมตีและทำให้สกิล Chop กับ Hew การเป็นสกิลที่ดีขึ้น

ข้อดี: ACC เพิ่มขึ้น 10 หน่วย / DMG เพิ่มขึ้น 25% / CRIT เพิ่มขึ้น 7%

เงื่อนไข: หลบหลีกลดลง 10 หน่วย / ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 25%

Note: -

---------------------------------------------------

Withstand:

สกิลตรงข้ามกับ Revenge ซึ่งจะเปลี่ยนเราเป็นตัวรับตีนโดยสมบูรณ์แบบ

ข้อดี: PROT เพิ่มขึ้น 20% / ต้านทานสถานะ Blight, Bleed, Debuff, และ Move เพิ่มขึ้น 30%

เงื่อนไข: ตัวเราจะติดสถานะ Marked (ล่อตีนศัตรูได้เยอะขึ้น)

Note: -

---------------------------------------------------

Solemnity:

บัพช่วยลดความเครียดตัวเอง + ฮีลได้นิดหน่อย

ข้อดี: ฮีลได้ 6 หน่วย (ไม่เยอะไม่น้อย / เวล 5 ฮีลได้ 10) / ลดความเครียดตัวเองลง 5 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: เป็นสกิลที่ทำให้ Leper กลายเป็นตัวละครที่สามารถดูแลตัวเองได้ในระดับนึง

---------------------------------------------------

Intimidate:

สกิล Debuff อันเดียวของ Leper เรียกว่าดีจัด ๆ

ข้อดี: ลดดาเมจศัตรูลง 20% / ลด SPD ศัตรูลง 3 หน่วย / เพิ่ม SPD ให้ตัวเรา 2 หน่วย

เงื่อนไข: ตัวเราจะติดสถานะ Marked (ล่อตีนศัตรูได้เยอะขึ้น) / ความเสียหายลดลง 85%

Note: สกิลแปะดีบัพใส่ศัตรู ส่วนใหญ่ถ้าเล่น Leper สายแทงค์หลังจากเปิดสกิล Withstand ก็ใช้สกิลนี้แหละเป็นหลัก เพราะสกิล Purge ถ้าไม่ได้ใช้ใน PvP ส่วนใหญ่มันได้ใช้ไม่กี่ครั้งหรอก

Occultist


Occultist คือตัวละครที่เน้นการปั่นป่วนศัตรูแถวหลังและจัดการพวก Eldritch มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Sacrificial Stab:

สกิลแทงมีดใส่ศัตรู

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 9% / ความเสียหายเพิ่ม 15% เมื่อโจมตีพวก Eldritch

เงื่อนไข: -

Note: เป็นสกิลที่เอาไว้ซัดกับพวก Eldritch โดยเฉพาะ

---------------------------------------------------

Abyssal Artillery:

สกิลเหมือน Sacrificial Stab แต่จะเน้นตีหมู่ (AoE) และมาด้วยดาเมจที่ลดลง

ข้อดี: ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 15% เมื่อโจมตีพวก Eldritch / โจมตีศัตรูตำแหน่ง 3 และ 4 ได้พร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 33%

Note: เอาไว้เล่นคู่กับสกิล Revenge ถ้าไม่ได้เล่นสายโจมตีก็ถอดทิ้งเถอะ

---------------------------------------------------

Weakening Curse:

สกิลแปะดีบัพใส่ศัตรู

ข้อดี: ลดดาเมจศัตรูลง 10% และ ลดค่าป้องกันลง 10% / CRIT เพิ่ม 5%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 75%

Note: หนึ่งในสกิลหากินของ Occultist ที่นอกจากจะช่วยลดดาเมจศัตรูยังช่วยทำให้ทีมเราตีแรงอีกด้วย

---------------------------------------------------

Wyrd Reconstruction:

สกิลฮีลที่เน้นใช้ดวงแบบสุด ๆ แต่เอาไว้แก้เกมได้ดี พลิกสถานการณ์ได้บ่อย

ข้อดี: ฮีลแรงมากสุด 13 หน่วย (แต่สุ่มระดับการฮีลตั้งแต่ 0-13)

เงื่อนไข: มีโอกาสทำให้ติดสถานะ Bleed 60%

Note: ตัวละครบางตัวมีต้าน Bleed เยอะอยู่แล้ว และยิ่งเวลเยอะยิ่งต้านทาน Bleed เยอะ จึงทำให้หลัง ๆ เราจะได้ฮีลโดยไม่เสียอะไร (แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่) เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ว่าเราจะดวงซวยมากน้อยแค่ไหน

---------------------------------------------------

Vulnerability Hex:

สกิลสาดดีบัพใส่ศัตรู

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / ลดหลบหลีกศัตรูลง 15 หน่วย / สร้างสถานะ Marked ให้กับศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 90%

Note: ไม่ต้องคิดเยอะ คิดซะว่ามันคือสกิลลดค่าหลบหลีกของศัตรู

---------------------------------------------------

Hands from the Abyss:

สกิลสตั้นของ Occultist แลกมาด้วยค่าคบเพลิงที่น้อยลง

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 9% / แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: คบเพลิงลดลง 5 หน่วย / ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: -

---------------------------------------------------

Daemon's Pull:

สุดยอดสกิลหากินของ Occultist ที่นิยมใช้ใน PvP แบบสุด ๆ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / ดึงศัตรูเข้ามา 2 ตำแหน่ง / เคลียศพ

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: ใครเล่นโหมด PvP น่าจะเจอสกิลนี้กันจนเซง มันคือสกิลเปิดเกมของ Occultist ที่เน้นทำลายตำแหน่งของพวกแถวหลัง แต่สกิลนี้ก็ค่อนข้างมีประโยชน์ใน PvE โดยเฉพาะกรณีที่เจอบอสที่ชอบหลบหลังลูกน้อง

Hellion


Hellion หรือ บาบาเรี่ยนสุดเถื่อน จะเน้นโจมตีศัตรูแบบดุเดือดโดยไม่สนตำแหน่ง มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Wicked Hack:

สกิลโจมตีสุดแสนจะธรรมดาของ Hellion

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 4%

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Iron Swan:

อีกหนึ่งสกิลโจมตีสุดแสนจะธรรมดาของ Hellion

ข้อดี: โจมตีตัวหลังสุด (Position 4) ได้ / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: เราจะต้องอยู่ที่ตำแหน่งหน้าสุด (Position 1)

Note: -

---------------------------------------------------

Barbaric YAWP!:

ตะโกนปล่อยกลิ่นปาก ส่งผลให้ศัตรูติด Stun แต่ข้อเสียก็มีเพียบ

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / สตั้นได้ 2 ตัวพร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100% / ตัวเองจะโดนดีบัพลดดาเมจเพิ่มอีก 20% (3 เทิร์น) และยังโดนดีบัพลด SPD อีก 3 หน่วยเป็นระยะเวลา 3 เทิร์นเช่นกัน

Note: เนื่องจาก ACC ของสกิลนี้มีถึง 95 และอัตราการสตั้นเริ่มต้นที่ 110% ทำให้เป็นสกิลที่การันตีได้ในระดับนึง แต่ ... ก็ไม่การันตี 100% อยู่ดี (เจอพวกหลบสูง ๆ หรือไม่ก็พวกต้านทานสตั้นก็ง่อยแดกแล้วสกิลนี้) จึงถือเป็นสกิลฉุกเฉินที่ถ้าไม่ฉุกเฉินจริง ๆ ก็อย่าไปใช้มันเลย

---------------------------------------------------

If It Bleeds:

สกิลโจมตีศัตรูแถว 2 และ 3 ส่งผลทำให้เลือดออก

ข้อดี: แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 35%

Note: ส่วนใหญ่เอาไว้ตีพวกแถว 3 มากกว่า แปะ Bleed ให้ศัตรูแถมยังพอทำดาเมจได้อยู่

---------------------------------------------------

Breakthrough:

สกิลโจมตีศัตรู 3 ตัวพร้อมกันที่เงื่อนไขใช้ยากพอสมควร

ข้อดี: โจมตีศัตรู 3 ตัวพร้อมกันได้

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 35% / CRIT ลดลง 1% / ติดสถานะลดดาเมจตัวเอง 10% และติดสถานะลด SPD ตัวเอง 1 หน่วย เป็นระยะเวลา 3 เทิร์น / ดันตัวเองขึ้นไปด้านหน้า 1 ตำแหน่ง

Note: ความยากของสกิลนี้อย่างที่เห็นคือเราจะโดนดีบัพเยอะมาก มากไปกว่านั้น การจะใช้สกิลนี้ได้ต้องอยู่ตำแหน่ง 2 3 4 ซึ่ง Hellion ไม่มีสกิลผลักตัวเองลงไปด้านหลัง จึงทำให้การที่จะใช้สกิลนี้ได้โดยไม่ต้องเสียเทิร์นฟรีนั้นต้องพึ่งพาตัวละครอื่นพอสมควร (ต้องทำคอมโบกับพวกที่ผลัก Hellion ไปด้านหลังได้)

---------------------------------------------------

Adrenaline Rush:

สกิลบัพเพิ่มพลังให้ตัวเองของ Hellion ฮีลได้นิดหน่อย และแก้สถานะดีบัพได้

ข้อดี: แก้สถานะ Blight และ Bleed ได้ / ACC เพิ่ม 5 หน่วย / DMG เพิ่ม 20% / ฮีล 1 หน่วย

เงื่อนไข: ใช้ได้แค่กับตัวเองเท่านั้น

Note: สกิลนี้จะต่างจากสกิลบัพของตัวละครส่วนใหญ่ที่อยู่ได้ 1 battle สกิลนี้จะอยู่ได้แค่ 4 เทิร์น (rds)

---------------------------------------------------

Bleed Out:

หากสกิล If It Bleeds คือการโจมตีศัตรูตำแหน่ง 2 หรือ 3 และทำให้เลือดออก สกิลนี้คือทำได้ในตำแหน่ง 1 แต่แม่งก็แลกมากับดีบัพเหมือนเดิม (ไอสาสสส) แถมใช้ยากอีก

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 3% / แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู / ดาเมจแรงขึ้น 20%

เงื่อนไข: ตัวเองโดนดีบัพลดดาเมจ 20% และลด SPD 3 หน่วย เป็นระยะเวลา 3 เทิร์น

Note: นี่คือหนึ่งในไม่กี่สกิลที่มีความแรงเพิ่มขึ้นถึง 20% แต่เงื่อนไขในการใช้นั่นก็คือตัวละครจะต้องอยู่ในตำแหน่ง Position 1 เท่านั้น แถมเมื่อใช้แล้วเรายังโดนดีบัพมหาศาลอีกด้วย จะใช้ก็คิดดี ๆ

Abomination


Abomination คือผู้ต้องสาปที่สามารถกลายร่างได้ ซึ่งสกิลของ Abomination จะเปลี่ยนไปตามร่างที่เราใช้ หมายความว่าพกไปสกิลเดียวจะมีผล 2 แบบ นอกจากนั้น ทุก ๆ เทิร์น หากผู้ต้องสาปอยู่ในร่างสัตว์ร้าย (Beast form) จะได้รับความเครียด 6 หน่วย มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

(สกิลในร่างมนุษย์) Transform:

สกิลเปลี่ยนร่างกลายเป็นสัตว์ร้าย (Beast) สกิลนี้จะไม่นับว่าเป็น Action หมายความว่าหากเราใช้สกิลนี้เพื่อเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ร้าย เราสามารถใช้สกิลอื่นได้อีก 1 สกิล

ข้อดี: SPD เพิ่มขึ้น 3 หน่วย / ต้านทาน Blight 20% / DMG เพิ่ม 10% / ฮีลตัวเอง 5 หน่วย

เงื่อนไข: เพื่อนในทีมได้รับความเครียด 8 หน่วย / ใช้ได้แค่ 1 ครั้งต่อ 1 Battle

Note: -

---------------------------------------------------

(สกิลในร่างมนุษย์) Manacles:

ฟาดโซ่เพื่อทำการ Stun ศัตรู

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / CRIT เพิ่มขึ้น 1%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 60%

Note: -

---------------------------------------------------

(สกิลในร่างมนุษย์) Beast's Bile:

อ้วกใส่ศัตรูเพื่อแปะสถานะ Blight นอกจากนั้นยังสามารถแปะได้ 2 ตัวพร้อมกัน เป็นดาเมจ (AoE)

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / ลดค่าต้านทาน Blight ของศัตรู 20% / CRIT เพิ่มขึ้น 2% / สามารถโจมตีศัตรูตำแหน่ง 2 และ 3 ได้พร้อมกัน

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 90%

Note: คล้าย ๆ สกิลของ Plague Doctor ที่สามารถแปะ Blight ใส่ศัตรูแบบหมู่ได้

---------------------------------------------------

(สกิลในร่างมนุษย์) Absolution:

ไม่มีอะไรเลย สกิลฮีลทั่วไปที่สามารถลดความเครียดตัวเองได้ด้วย

ข้อดี: ความเครียดตัวเองลดลง 7 หน่วย / สามารถฮีลได้ 3 หน่วย

เงื่อนไข: ใช้ได้แค่กับตัวเองเท่านั้น

Note: ส่วนใหญ่ก็เอาไว้ใช้หลังจากแปลงร่างเสร็จเพราะความเครียดจะเพิ่มขึ้นเยอะมาก

---------------------------------------------------

ข้อดีของร่างสัตว์ร้ายนี้คือการทำดาเมจได้ค่อนข้างรุนแรงแถมยังมีสกิลหมู่ (AoE) อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีสกิลที่สามารถผลักศัตรูได้อีก ถือว่าเป็นตัวทำดาเมจที่ค่อนข้างดุเดือดและครบเครื่องเลยทีเดียว ---------------------------------------------------

(สกิลในร่างสัตว์ร้าย) Transform:

ก็ไม่มีอะไร สกิลนี้ก็มีหน้าที่เปลี่ยนกลับไปเป็นร่างมนุษย์ สกิลนี้จะไม่นับว่าเป็น Action หมายความว่าหากเราใช้สกิลนี้เพื่อเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ เราสามารถใช้สกิลอื่นได้อีก 1 สกิล

ข้อดี: ลดความเครียด 2 หน่วย / ใช้ได้แค่ 1 ครั้งต่อ 1 Battle

เงื่อนไข: SPD ลดลง 4 หน่วย (4 เทิร์น)

Note: -
---------------------------------------------------

(สกิลในร่างสัตว์ร้าย) Rake:

โจมตีศัตรูแถว 1 และ 2 ได้พร้อมกันเป็นดาเมจแบบ AoE

ข้อดี: โจมตีศัตรู 2 ตัวได้พร้อมกัน / DMG ของสกิลจะเพิ่ม 15% เป็นระยะเวลา 4 เทิร์น (rds)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50% / CRIT ลดลง 3%

Note: -

---------------------------------------------------

(สกิลในร่างสัตว์ร้าย) Rage:

สกิลที่ไม่มีอะไรเลย เน้นโจมตีแบบโต้ง ๆ เรียบง่ายมาก

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 7.5%

เงื่อนไข: -

Note: ถึงแม้ว่าจะเป็นสกิลที่เรียบง่ายแต่การได้ CRIT เพิ่มขึ้น 7.5% ถือว่าเป็นข้อดีสุด ๆ สำหรับ Abomination เพราะร่างสัตว์ร้ายของเจ้าตัวจะทำให้ค่าความเครียด (ของตัวเองและเพื่อนร่วมทีม) เพิ่มขึ้นเยอะมาก การตีติดคริจะเป็นอีก 1 วิธีช่วยลดความเครียดได้ดีทีเดียวแถมยังทำดาเมจได้แบบจุก ๆ อีกด้วย

---------------------------------------------------

(สกิลในร่างสัตว์ร้าย) Slam:

สกิลพุ่งชนใส่ศัตรูทำให้เสียตำแหน่งในการยืนและแปะดีบัพแบบจุก ๆ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 1% / ผลักศัตรูไปด้านหลังได้ 2 ตำแหน่ง / ลดหลบหลีก 10% / ลด SPD 2 หน่วย

เงื่อนไข: ตัวละครเราจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 1 ตำแหน่ง / ความแรง DMG ลดลง 25%

Note: สกิลหากินของ Abomination ที่สามารถทำคอมโบกับตัวอื่นได้เพียบ

Man-at-Arms


Man-at-Arms อีกหนึ่งตัวแทงค์ที่ล่อตีนได้ดีมาก แถมบัพเพื่อนได้แบบจุก ๆ มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Crush:

สกิลโจมตีสุดแสนจะธรรมดาของ Man-at-Arms

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Rampart:

สกิลผลักแถม Stun

ข้อดี: CRIT เพิ่ม 5% / ผลักศัตรูไปด้านหลัง 1 ตำแหน่ง / แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 60%

Note: ถือเป็นหนึ่งในสกิลหากินใน PvP เลยทีเดียว แถมใน PvE ก็ยังใช้ได้ดีเพราะมี Stun

---------------------------------------------------

Bellow:

สุดยอดสกิลแปะดีบัพเพราะสามารถแปะใส่ศัตรูได้ทั้งทีม!!!

ข้อดี: หลบหลีกของสัตรูลดลง 5 หน่วย / SPD ของศัตรูลดลง 3 หน่วย / Crits Received (โอกาสที่เวลาถูกโจมตีจะติดคริ) เพิ่มขึ้น 5% หากติดสถานะ Marked

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100% (ไม่มีดาเมจ)

Note: สกิลนี้บอกเลยว่าของดี แนะนำให้ใส่ SPD เยอะ ๆ เพื่อให้สกิลนี้ออกเทิร์นแรกให้ได้

---------------------------------------------------

Defender:

สกิลรับตีนแทนเพื่อนแถมเพิ่มป้องกันให้ตัวเอง

ข้อดี: สร้างสถานะ Guard ให้เพื่อนในทีมได้ 1 คนเป็นเวลา 3 เทิร์น (rds) / PROT ของตัวเองเพิ่ม 3 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Retribution:

สกิลโจมตีศัตรู 3 ตัวพร้อมกันที่เงื่อนไขใช้ยากพอสมควร

ข้อดี: โจมตีศัตรู 3 ตัวพร้อมกันได้ / CRIT เพิ่มขึ้น 2.5%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 75% / ทำให้ตัวเองติดสถานะ Marked และ Riposte

Note: Riposte ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือการเค้าเตอร์นั่นแหละ ถ้าตัวเราโดนโจมตีตอนติดสถานะนี้ เราจะทำการสวนกลับด้วยการโจมตีธรรมดา และความแรง DMG ลดลง 40%

---------------------------------------------------

Command:

สกิลที่สามารถบัพให้ทีมเราได้ทั้งทีม นอกจากนั้นยังเพิ่มดาเมจให้ตัวละครที่ถูก Guarded อีกด้วย

ข้อดี: ACC เพิ่ม 5 หน่วย / ได้บัพเพิ่ม CRIT 4% / เพิ่ม DMG 15% ให้ตัวละครที่ถูก Guarded

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Bolster:

สกิลที่สามารถบัพหลบหลีกให้ทีมเราได้ทั้งทีม แถมยังลดความเครียดได้อีกด้วย

ข้อดี: หลบหลีกเพิ่มขึ้น 5 หน่วย / ได้รับความเครียดลดลง 10% / สองบัพนี้จะอยู่ไปจนจบ Battle

เงื่อนไข: ใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 1 Battle

Note: -

Jester


Jester ตัวตลกที่ช่วยลดความเครียดได้ดีด้วย Camping Skills แถมสกิลโจมตีก็ไม่แย่ มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Dirk Stab:

สกิลโจมตีที่ไม่สน Guard และผลักตัวเองไปด้านหน้าได้ 1 หน่วย

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 30% (8 เทิร์น) / โจมตีไม่สน Guard

เงื่อนไข: ผลักตัวเองไปด้านหน้า 1 ตำแหน่ง

Note: สกิลนี้เป็นสกิลที่สามารถโจมตีได้โดยไม่สน Guard หมายความว่า เราสามารถโจมตีศัตรูตัวนั้นได้เลยถึงแม้มันจะถูก Guarded โดยศัตรูตัวอื่นอยู่ก็ตาม

---------------------------------------------------

Harvest:

สกิลของ Jester ที่เป็นการโจมตีแบบหมู่ (AoE) แถมยังแปะ Bleed ได้อีกด้วย

ข้อดี: โจมตีศัตรู 2 แถวได้พร้อมกัน (แถว 3 และ 4) / แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 30% (8 เทิร์น)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: -

---------------------------------------------------

Finale:

สกิลปิดจ๊อบที่ต้องมั่นใจว่าปิดงานได้จริง ๆ ถึงค่อยใช้จะดีกว่า

ข้อดี: ความแรงสกิลเพิ่มขึ้น 50% / CRIT เพิ่มขึ้น 5% / ACC มากถึง 140

เงื่อนไข: หลังจากใช้สกิลนี้ตัวเราจะโดนผลักไปด้านหลัง 3 ตำแหน่ง / หลบหลีกเราจะลด 25 หน่วย / และ SPD ก็จะลด 3 หน่วย / ความเครียดจะเพิ่มขึ้น 100% (จนกว่าจะจบ Battle)

Note: ก็อย่างที่บอก เป็นสกิลที่เอาไว้มั่นใจสุด ๆ ค่อยใช้ดีกว่า เพราะนอกจากดีบัพที่เราจะต้องเจอแล้ว มันยังทำให้เพื่อนร่วมทีมตัวอื่น ๆ เสียตำแหน่งอีกต่างหาก

---------------------------------------------------

Solo:

เป็นสกิลตรงข้ามกับ Finale โดยสิ้นเชิง เป็นสกิลที่ใช้ใส่ศัตรูแต่ศัตรูไม่เป็นไรเลย แต่เราได้บัพ (เอ้า?)

ข้อดี: ผลักตัวเองไปด้านหน้า 3 ตำแหน่ง / หลบหลีกจะเพิ่มขึ้น 20 หน่วย / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 75% (8 เทิร์น) และ CRIT ของสกิล Finale เพิ่มขึ้น 8% (8 เทิร์น)

เงื่อนไข: ตัวละครเราจะติดสถานะ marked / ความแรงสกิลลดลง 100% / ใช้ได้ 2 ครั้งต่อ Battle

Note: สกิลนี้มีความแม่นยำเริ่มต้นถึง 125 ก็การันตีได้ส่วนนึงว่าจะใช้สำเร็จ

---------------------------------------------------

Slice Off:

สกิลโจมตีเป้าหมายเดี่ยวพร้อมแปะ Bleed

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 8% / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 30% (8 เทิร์น)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 33%

Note: -

---------------------------------------------------

Battle Ballad:

สกิลบัพเพื่อนแบบหมู่คณะ

ข้อดี: ACC เพิ่มขึ้น 5 หน่วย / บัพค่า CRIT เพิ่มขึ้น 2% / SPD เพิ่มขึ้น 2 หน่วย / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 30% (8 เทิร์น) และ CRIT ของสกิล Finale เพิ่มขึ้น 8% (8 เทิร์น)

เงื่อนไข: -

Note: ก็สกิลบัพทั่วไปนั่นแหละไม่มีอะไรพิเศษหรอก ข้อดีคือบัพได้ทั้งทีม

---------------------------------------------------

Inspiring Tune:

สกิลลดความเครียดให้เพื่อน

ข้อดี: ลดความเครียด (Stress) ลง 8 หน่วย / และได้รับความเครียดลดลง 10% / ทำให้สกิล Finale ดาเมจเพิ่มขึ้น 30% (8 เทิร์น) และ CRIT ของสกิล Finale เพิ่มขึ้น 8% (8 เทิร์น)

เงื่อนไข: -

Note: เสียดายที่สกิลลดความเครียดนี้เป็นสกิลเป้าหมายเดี่ยว มันเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาเจอศัตรูที่มันสแปมความเครียดใส่ทั้งทีม แต่ในกรณีทั่วไปก็คือว่าเป็นสกิลที่ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

Houndmaster


ชายแก่และหมาคู่ใจของเขา มีสกิลดังนี้: ---------------------------------------------------

Hound's Rush:

การโจมตีแสนธรรมดาที่ทำให้ติดสถานะ Bleed และเพิ่มดาเมจกับศัตรูบางตัว

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู / หากโจมตีศัตรูประเภท Beast ดาเมจจะแรงขึ้น 15% / หากโจมตีศัตรูที่ติดสถานะ marked ดาเมจจะแรงขึ้น 60%

เงื่อนไข: -

Note: ถือว่าดีใช้ได้เลยเพราะเป็นสกิลแปะสถานะที่ไม่มีเงื่อนไขในการถูกลดดาเมจ แถมยังแรงขึ้นอีกด้วยหากศัตรูเป็นประเภท Beast หรือกำลังติดสถานะ Marked อยู่

---------------------------------------------------

Hound's Harry:

สกิลของ Houndmaster ที่เป็นการโจมตีแบบหมู่ (AoE) แถมยังแปะ Bleed ได้อีกด้วย

ข้อดี: โจมตีศัตรู 4 ตัวได้พร้อมกัน / แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 75% / CRIT ลดลง 5%

Note: หนึ่งในสกิลที่ใช้ได้สกิลนึง แปะ Bleed ใส่ศัตรูได้ทั้งทีมใครจะไม่ชอบ

---------------------------------------------------

Target Whistle:

สกิลลดพลังป้องกันศัตรูและแปะดีบัฟ

ข้อดี: ลด PROT ศัตรูลง 20% / ทำให้ศัตรูติดสถานะ Marked เป็นเวลา 3 เทิร์น

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100%

Note: ถึงว่าเป็นสกิลที่ดีเลย เพราะนอกจากจะบัพช่วยให้เพื่อนสามารถตีศัตรูให้แรงขึ้นได้แล้ว เรายังสามารถใช้สกิลนี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่เรายืนได้อีกด้วย (แถมใช้ใส่ศัตรูตัวไหนก็ได้ด้วยเช่นกัน)

---------------------------------------------------

Cry Havoc:

สกิลใช้น้องหมาคู่ใจลดความเครียดให้เพื่อนได้ทั้งทีม

ข้อดี: ลดความเครียดให้เพื่อน 2 หน่วยได้ทั้งทีม

เงื่อนไข: โอกาสสำเร็จแค่ 66%

Note: ถ้าอัพไปเวล 5 จะลดความเครียดได้ 6 หน่วย และโอกาสสำเร็จ 74%

---------------------------------------------------

Guard Dog:

ใช้น้องหมาไปรับตีนแทนเพื่อน

ข้อดี: แปะสถานะ Guarded ให้เพื่อนได้ 1 คน / ค่าหลบหลีกของตัวเราเพิ่ม 10 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: สกิลนี้จะทำให้เราสามารถ Guarded เพื่อนได้ 1 คนเป็นเวลา 2 เทิร์นและเพิ่มค่าหลบหลีกให้ตัวเอง (ถ้าอัพถึงเวล 5 จะเพิ่มหลบหลีกให้ 20 หน่วย)

---------------------------------------------------

Lick Wounds:

ก็ไม่มีอะไร สกิลฮีลตัวเองทั่วไป

ข้อดี: ฮีลเลือดให้ตัวเอง 4 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: ปกติก็จะใช้คู่กับสกิล Guard Dog หลังจากเปิดโหมดรับตีนแทนเพื่อนแล้วก็มาฮีลตัวเองรัว ๆ

---------------------------------------------------

Blackjack:

สกิลสตั้นเดียวของ Houndmaster

ข้อดี: แปะสถานะ Stunned ใส่ศัตรู / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 65%

Note: -

Antiquarian


หญิงสาวผู้มองเห็นในสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การบัพเพื่อนในทีมและแปะดีบัพใส่ศัตรูมากกว่าการทำดาเมจเอง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสายบัพที่ดีที่สุดของเกมในตอนนี้เลย มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Nervous Stab:

การโจมตีแสนธรรมดา

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 3%

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Festering Vapours:

สกิลแปะ Blight ใส่ศัตรูพร้อมลดค่าต้านทาน Blight ในเวลาเดียวกัน

ข้อดี: แปะสถานะ Blight ใส่ศัตรู / ลดต้านทาน Blight ลง 20%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 75%

Note: -

---------------------------------------------------

Get Down!:

สกิลบัพให้ตัวเองแถมถอยไปหลบหลังเพื่อนได้

ข้อดี: เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Blight 20% / เพิ่มหลบหลีก 15 หน่วย / เพิ่ม SPD 1 หน่วย

เงื่อนไข: ถอยหลังไป 2 ตำแหน่ง

Note: ใช้ได้ดีใน PvP เพราะ Antiquarian มักจะโดนหมายหัวบ่อยครั้ง ทั้งโดนลากทั้งโดนแปะสถานะ เรียกได้ว่าตายตัวแรก ๆ เลย สกิลนี้เลยใช้ได้ดีมาก แต่ในส่วนของ PvE อาจไม่ค่อยดีเท่าไหร่

---------------------------------------------------

Flashpowder:

สกิลลบสถานะ Stealth แถมลด ACC ได้อีกด้วย

ข้อดี: ลบสถานะ Stealth ของศัตรู / ลด ACC ศัตรูลง 10 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100% (ไม่มีดาเมจ)

Note: ถึงจะไม่ได้ลบ Stealth ก็ยังลด ACC ได้อยู่ ถือว่าเป็นสกิลแบบ 2 in 1

---------------------------------------------------

Fortifying Vapours

สกิลบัพเพิ่มต้านทานสถานะให้เพื่อนและฮีลได้นิดหน่อย

ข้อดี: เพิ่มค่าต้านทานสถานะ Blight และ Bleed 10% ให้เพื่อนรวมทีมได้ 1 คน / ฮีลได้ 1 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: เวล 5 จะฮีลได้ 3 หน่วย ส่วนต้านทานเพิ่มเป็น 15% ถือว่าใช้ได้ดีเวลาเจอศัตรูสายแปะดีบัฟ

---------------------------------------------------

Invigorating Vapours:

สกิลบัพเพิ่มค่าหลบหลีกให้เพื่อนได้ทั้งทีม

ข้อดี: เพิ่มค่าหลบหลีก 3 หน่วยให้กับเพื่อนทั้งทีม

เงื่อนไข: -

Note: เป็นสกิลที่ผมใช้ค่อนข้างบ่อย เวลาคิดอะไรไม่ออกก็สแปมเพิ่มค่าหลบหลีกไป

---------------------------------------------------

Riposte:

สกิลบัพเพิ่มป้องกันให้เพื่อน จากนั้นก็ให้มันรับตีนแทนเรา

ข้อดี: เพิ่มหลบหลีกให้เพื่อน 4 หน่วย / เพิ่ม PROT ให้มันอีก 10%

เงื่อนไข: แปะสถานะ Marked ให้มันและบังคับใช้ Guard เพื่อให้มันรับตีนแทนเรา

Note: สกิลนี้ส่วนใหญ่เอาไว้ทำคอมโบกับตัวแทงค์จ๋า อย่าง Man-At-Arms ที่มีบัพ Riposte อยู่กับตัว

Bounty Hunter


นักล่าค่าหัวที่ไม่มีใครหนีไปจากเขาได้ เป็นตัวที่มีความเรียบง่ายในระดับนึง เป็นตัวสายบุกอย่างชัดเจน สกิลจะเน้นไปที่ป่วนศัตรูและทำดาเมจกับศัตรูที่ติดดีบัฟ Bounty Hunter มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Collect Bounty:

สกิลโจมตีแสนธรรมดาที่ความแรงขึ้นอยู่กับประเภทของศัตรูและดีบัฟ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 7% / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 90% กับศัตรูที่มีสถานะ Marked / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 15% กับศัตรูที่เป็นมนุษย์ (Human)

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Mark for Death:

สกิลหมายหัวศัตรูพร้อมลดค่าพลังป้องกัน

ข้อดี: แปะสถานะ Marked ได้ / ลด PROT ศัตรูลง 10% / เพิ่ม SPD ให้ตัวเอง 3 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100%

Note: -

---------------------------------------------------

Come Hither:

สกิลดึงศัตรูจากแถวหลังเพื่อมาฟาดเน้น ๆ

ข้อดี: แปะสถานะ Marked ได้ / ดึงศัตรูขึ้นมาได้ 2 ตำแหน่ง

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 80%

Note: -

---------------------------------------------------

Uppercut:

ผลักศัตรูและสตั้นใส่มัน

ข้อดี: แปะสถานะ Stun ได้ / ต่อยศัตรูให้ถอยหลังไป 2 ตำแหน่ง

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 67%

Note: -

---------------------------------------------------

Flashbang

สกิลบัพเพิ่มต้านทานสถานะให้เพื่อนและฮีลได้นิดหน่อย

ข้อดี: แปะสถานะ Stun ได้ / ทำให้ศัตรูติดสถานะ Shuffle (เป้าหมายเดี่ยว)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100%

Note: -

---------------------------------------------------

Finish Him:

สกิลโจมตีสุดแสนจะธรรมดาที่จะแรงขึ้นเมื่อตีพวกติดสถานะสตั้น

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 25% เมื่อตีศัตรูที่ติดสถานะ stunned

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Caltrops:

สกิลแปะดีบัพใส่ศัตรูของ Bounty Hunter

ข้อดี: แปะสถานะ Bleed ใส่ศัตรู / ทำให้ได้รับความเสียหายมากขึ้น 10% / ลด SPD 4 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 95%

Note: -

Grave Robber


Grave Robber เป็นตัวที่เล่นยากมากสำหรับผม สกิลมันเหมือนจะไปไม่สุดซักทาง (ผมอาจจะกากเองแฮะ ๆ)
หัวขโมยสุสานมีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Pick to the Face:

สกิลโจมตีแบบทะลุเกราะ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 1% / โจมตีทะลุเกราะ (armor piercing)

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 15%

Note: -

---------------------------------------------------

Lunge:

สกิลโจมตีที่จะแรงขึ้นเมื่อศัตรูมีสถานะ Blight

ข้อดี: ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 40% / CRIT เพิ่มขึ้น 8% / หากตีศัตรูที่ติดสถานะ Blight จะแรงขึ้นอีก 20%

เงื่อนไข: หากใช้สกิลนี้เราจะถูกผลักไปข้างหน้า 2 ช่อง

Note: ส่วนใหญ่ก็ใช้คู่กับสกิล Shadow Fade หรือจะใช้ทำคอมโบสลับตำแหน่งกับตัวอื่นก็ได้เช่นกัน

---------------------------------------------------

Flashing Daggers:

สกิลปามีดที่จะทำให้ค่าต้านทานสถานะเลือดออกของศัตรูลดลงแบบ AoE

ข้อดี: ลดค่าต้านทานสถานะเลือดออกของศัตรูตำแหน่ง 2 และ 3 ลง 20%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 33% / CRIT เพิ่มขึ้น 5%

Note: เป็นสกิลที่ผมไม่ค่อยได้ใช้ซักเท่าไหร่ถ้าไม่ได้ทำทีมสแปม Bleed มันดูเสียเทิร์นฟรียังไงไม่รู้

---------------------------------------------------

Shadow Fade:

สกิลบัพให้ตัวเองของ Grave Robber

ข้อดี: ทำให้ตัวเองอยู่ในสถานะ Stealth / เพิ่ม DMG 80% / เพิ่ม CRIT 4% / เพิ่มหลบหลีก 10 หน่วย

เงื่อนไข: ถูกผลักไปข้างหลัง 2 ตำแหน่ง

Note: ส่วนใหญ่ก็ใช้คู่กับสกิล Lunge หรือจะใช้ทำคอมโบสลับตำแหน่งกับตัวอื่นก็ได้เช่นกัน

---------------------------------------------------

Thrown Dagger:

สกิลโจมตีที่จะแรงขึ้นหากศัตรูติดดีบัพ / บัพ ACC ให้ตัวเองได้ด้วย

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 8% / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 20% หากตีศัตรูที่ติดสถานะ Blight / ความแรง DMG เพิ่มขึ้น 25% หากตีศัตรูที่ติดสถานะ Marked / ได้บัพเพิ่ม ACC เพิ่มขึ้น 5 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 10%

Note: สกิลโจมตีหากินของ Grave Robber ที่โดนลดาเมจแค่ 10 แต่ได้สรรพคุณอื่นมาเพียบ

---------------------------------------------------

Finish Him:

สกิลลูกดอกอาบยาพิษที่จะทำให้ศัตรูที่โดนติดสถานะ Blight

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 7.5% / แปะสถานะ Blight / ลดต้านทานสถานะ Blight 20%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 60%

Note: -

---------------------------------------------------

Toxin Trickery:

สกิลบัพตัวเองของ Grave Robber

ข้อดี: รักษาสถานะ Blight และ Bleed ให้ตัวเองได้ / เพิ่มหลบหลีก 9 หน่วย / เพิ่ม SPD 2 หน่วย

เงื่อนไข: -

Note: บัพที่ได้มาจะอยู่ไปจนจบ Battle

Arbalest


Arbalest มีสกิลที่หลากหลายและมีประโยชน์มาก รุกก็ได้รับก็ดีป่วนก็ได้ มีสกิลดังนี้:
---------------------------------------------------

Sniper Shot:

สกิลโจมตีสุดแสนธรรมดาของ Arbalest ที่เอาไว้ยิงพวกติดสถานะ Marked โดยเฉพาะ

ข้อดี: CRIT เพิ่มขึ้น 5% / หากโจมตีศัตรูที่ติดสถานะ Marked จะได้ CRIT เพิ่มขึ้น 9% และ ความแรง DMG เพิ่มขึ้นอีก 50%

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Suppressing Fire:

สกิลแปะดีบัพใส่ศัตรูลดความแม่นยำและโอกาสติดคริ

ข้อดี: ลด ACC ของศัตรู 15 หน่วย / ลด CRIT ศัตรู 15%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 80% / CRIT เพิ่มขึ้น 10%

Note: -

---------------------------------------------------

Sniper's Mark:

สกิลหมายหัวศัตรูและลดหลบหลีก

ข้อดี: ลดหลบหลีกศัตรูลง 20 หน่วย / แปะสถานะ Marked ใส่ศัตรู

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100%

Note: -

---------------------------------------------------

Bola:

สกิลผลักศัตรูไปด้านหลัง 1 ตำแหน่ง

ข้อดี: ผลักศัตรูไปด้านหลัง 1 ตำแหน่ง (โอกาสสำเร็จ 75% base) / CRIT เพิ่มขึ้น 2%

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 50%

Note: -

---------------------------------------------------

Blindfire:

สกิลโจมตีเป้าหมายแบบสุ่มและบัพให้ตัวเอง

ข้อดี: เพิ่ม SPD ให้ตัวเอง 3 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 10% / โจมตีศัตรูแบบสุ่ม

Note: ก็คิดซะว่าเป็นสกิลบัพที่แถมโจมตีมาให้แล้วกัน

---------------------------------------------------

Battlefield Bandage:

สกิลฮีลของ Arbalest ที่จะแปะบัพให้ตัวละครได้รับฮีลเยอะขึ้นด้วย

ข้อดี: ฮีล 2-3 หน่วย / แปะบัพเพิ่มความแรงในการได้รับฮีล 20%

เงื่อนไข: -

Note: -

---------------------------------------------------

Rallying Flare:

สกิลลบสถานะ Stealth ของศัตรูแบบทั้งทีมและลบสถานะแย่ ๆ ให้เพื่อนในทีมอีก 1 คนด้วย

ข้อดี: ลบสถานะ Stealth ของศัตรูแบบทั้งทีม / ลดความเครียดให้เพื่อน 1 หน่วย / ลบสถานะ Marked และสถานะ Stun ได้อีกด้วย / ค่าคบเพลิงเพิ่มอีก 3 หน่วย

เงื่อนไข: ความแรง DMG ลดลง 100%

Note: -

Flagellant (ตัวละคร DLC)

Coming soon ...

Shieldbreaker (ตัวละคร DLC)

Coming soon ...

Musketeer (ตัวละคร DLC)

Coming soon ...

This guide was created by its original author on the Steam Community. Are you the author and want it removed? Request removal.